ตาเส้นเลือดในสมองแตก ประสาน 8 รพ. ไม่รับเตียงเต็ม ต้องส่ง รพ. ไกลกว่า 150 กม. สุดท้ายตาย





ญาติคาใจ ตาวัย 89 เส้นเลือดในสมองแตก ส่งรักษา รพ. สิทธิ์บัตรทองพบเตียงเต็ม โทร. ประสานหาเตียงอีก 8 รพ. รอบ ๆ ตัวเมืองเชียงใหม่ ก็ไม่รับเพราะเตียงเต็มหมด จนต้องส่งรักษา รพ. ไกลกว่า 150 กม. รักษาไม่ทันข้ามวันเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เรื่องเด่นเย็นนี้ รายงานว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก เพราะส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม่ทัน เนื่องจากโรงพยาบาลหลายแห่งรอบตัวเมืองเชียงใหม่ ประสบปัญหาเตียงเต็ม จนญาติคนไข้ต้องเสียเวลาประสานโรงพยาบาลที่อยู่ไกลไปอีก 156 กิโลเมตร สุดท้ายรักษาไม่ทันข้ามวันก็เสียชีวิต

โดยนางวราภรณ์ อายุ 58 ปี ญาติของคุณตา สุทัศน์ บุญเป็ง อายุ 89 ปี ผู้เสียชีวิต เล่าว่า เหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 22 พฤศจิกายน ตนนำอาหารเย็นไปส่งตาสุทัศน์ ที่บ้านเมืองสาตรหลวง ถ.เมืองสาตร ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ พอไปถึงก็พบว่าตาสุทัศน์นั่งหมดสติพิงกำแพงอยู่ในบ้าน จึงรีบปฐมพยาบาลพร้อมแจ้ง 1669 มาช่วยเหลือ

ไทม์ไลน์ประสาน 8 โรงพยาบาลไม่รับเพราะเตียงเต็มหมด ผ่านไป 6 ชั่วโมง ได้โรงพยาบาลไกลถึง 156 กิโลเมตร

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้นำตัวตาสุทัศน์ส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านที่สุด จากนั้นได้ตรวจสอบพบตาสุทัศน์มีสิทธิ์บัตรทองอีกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กัน จึงส่งตัวไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทอง แต่โรงพยาบาลแจ้งว่าเตียงเต็มไม่สามารถรักษาให้ได้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานหาเตียงรักษา ทั้งโรงพยาบาลใน อ.จอมทอง อ.สันป่าตอง อ.สันกำแพง อ.ดอยสะเก็ด และโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.ลำพูน แต่เตียงเต็มหมด

จนเวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง สุดท้ายประสานได้ที่โรงพยาบาลฝาง ซึ่งต้องเดินทางนานถึง 3 ชั่วโมง เพราะระยะทางไกลถึง 156 กิโลเมตร โดยถึงที่หมายตอนตี 3 ของวันที่ 23 พฤศจิกายน แพทย์ประเมินว่า มีอาการเลือดคั่งในสมองถึง 90% แล้ว นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลฝาง ก่อนเสียชีวิตเวลา 16.45 น. ของวันเดียวกัน

ทั้งนี้ ทางญาติต้องฝากร่างคุณตาไว้ที่โรงพยาบาล 1 คืน ก่อนจะเดินทางจากตัวเมือง มารับศพช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน และทำเรื่องแจ้งตายในพื้นที่อำเภอฝาง ทำให้ต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการนำร่างคุณตากลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน รวมแล้วกว่า 7,000 บาท

ญาติ วอนขอให้เป็นกรณีศึกษา หากคุณตาได้รับการรักษาแบบทันท่วงทีอาจรอด

ด้าน นางวรจิตร อายุ 61 ปี ญาติอีกคน บอกว่า ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลฝาง พยาบาลแจ้งอาการตาสุทัศน์ค่อนข้างวิกฤติ และไม่สามารถรักษาได้แล้ว ให้พากลับบ้านจะดีกว่า แต่รถของโรงพยาบาลไม่มีไปส่ง จึงประสานรถโรงพยาบาลที่มาส่ง แต่ได้คำตอบว่าไม่มีนโยบายรับกลับ นอกจากแพทย์จะทำเรื่องส่งกลับเท่านั้น ญาติ ๆ จึงต้องตัดสินใจทำเรื่องแอดมิตที่โรงพยาบาล และญาติต้องนอนดูอาการหลายชั่วโมง ตั้งแต่ตี 3 จนกระทั่งเสียชีวิตเกือบ 5 โมงเย็น

อย่างไรก็ตาม หากตาสุทัศน์ได้รับการรักษาแบบทันท่วงที อาจมีโอกาสรอด 50/50 แต่กลับถูกส่งตัวรักษาไกลถึงโรงพยาบาลฝาง เสียเวลารักษาไปเกือบ 9 ชั่วโมง เท่ากับว่าไม่ได้รับการรักษาเลย ได้เพียงใส่ท่อช่วยหายใจเท่านั้น ที่ติดใจคือ ทำไมต้องส่งตัวไปรักษาถึงอำเภอฝาง ทำให้ญาติต้องลำบากทั้งการเดินทาง และเสียค่าใช้จ่ายมากมาย อยากให้กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นกรณีศึกษา ไม่อยากให้เกิดขึ้นเช่นนี้อีก

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ