ผวาแก๊งยัดเยียดเงินกู้ – ทวงหนี้โหด ขู่ฆ่าสารพัด แค่ 2 เดือน เสียไปเปล่า ๆ 1.27 แสน





ผวา เจอแก๊งเงินกู้ออนไลน์ยัดเยียดเงินกู้ โทร. ขู่ฆ่าถ้าไม่จ่ายหนี้ ชี้ยอมโอนคืนให้หวังจบเรื่อง แต่ไม่วายถูกส่งเงินกู้มาเพิ่ม แค่ 2 เดือน เสียเงินเปล่า 1.27 แสน

วานนี้ (13 พฤศจิกายน 2564) ข่าวช่อง 3 มีรายงานกรณีได้รับร้องเรียนจาก น.ส.วรนุช สุขสอน อายุ 44 ปี ผู้เสียหายจากแก๊งเงินกู้ออนไลน์ โดยระบุว่า ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊งเงินกู้ออนไลน์โทรศัพท์มาทวงเงิน แถมยังมีการข่มขู่ ก่อกวนคนรู้จัก โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ทั้งของไทยและจากต่างประเทศ

โดย น.ส.วรนุช เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไปทำเรื่องจะซื้อโทรศัพท์ผ่านแอปฯ ของค่ายเมือถือ ซึ่งทางค่ายแจ้งว่าหากมีข้อความให้กรอกรายละเอียดก็ให้กรอกลงไป แต่จากนั้นจู่ ๆ ก็มีแอปฯ ชื่อ ซูปเปอร์วอลเล็ท โผล่ขึ้นมา ตนนึกว่าเป็นของค่ายมือถือจึงกรอกรายละเอียดลงไป

นับจากนั้นแค่ 10 นาที ก็เริ่มมีเงินโอนเข้ามาในบัญชี ตั้งแต่เช้าวันที่ 14 กันยายน เป็นเงินพันกว่าบาท และมีข้อความแจ้งว่าตนทำเรื่องกู้เงิน แต่ตอนนั้นตนทำงานอยู่เลยไม่ได้ดู เมื่อตกเย็นก็พบว่ายอดเงินที่โอนเข้าบัญชีมา มีถึง 5,000 บาท และมีการโทร. มาแจ้งว่าอนุมัติการกู้แล้ว ตนบอกไปแล้วว่าไม่เอาเงิน ทางนั้นก็แจ้งว่าถ้าไม่เอา ก็โอนเงินคืนมา ตนจึงทำการโอนเงินคืนให้ทางแอปฯ เป็นจำนวน 10,000 กว่าบาท ยอมเสียดอกเบี้ยเพื่อให้เรื่องจบ

แต่หลังจากนั้นกลับมีแอปฯ อีกหลายตัว พากันโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง ตนก็พยายามจะโอนคืนให้พร้มดอกเบี้ย จนเมื่อคิดคำนวณดู พบว่ามีการโอนเงินมาให้กู้รวม 159,410 บาท ส่วนเงินที่ตนโอนคืนไปทั้งต้นและดอก คิดเป็นเงิน 286,414 บาท เรียกว่าภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ตนต้องสูญเงินไป 127,000 บาท โดยใช่เหตุ ต้องนำเงินที่เพิ่งขายที่ดินได้มาจ่ายคืน

แต่หลังโอนเงินคืนไป ก็จะมียอดกู้เงินโผล่ขึ้นมาอีก ดอกเบี้ยก็โหดมาก ให้คืนทั้งต้นและดอกภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน หากมียอดเงินโอนเข้ามา 5,000 บาท ตนต้องโอนเงินคืนเกือบ 12,000 บาท ซึ่งทางแก๊งเงินกู้ออนไลน์อ้างว่าตนไปทำเรื่องกู้เอง ส่วนที่แพงเพราะค่าธรรมเนียม และโทษว่าตนไม่อ่านดี ๆ เองก่อนกู้

สุดท้ายตนตันสินใจไม่โอนเงินคืนให้อีก แต่สิ่งที่ตามมาคือการโทร. ทวงหนี้ ทั้งข่มขู่จะฆ่าตนบ้าง คนในครอบครัวบ้าง อ้างจะบุกมาจับทำเมียขัดดอก โดยในแต่ละครั้งจะมีการเปลี่ยนเบอร์โทร. ซึ่งมีทั้งเบอรจากไทยและต่างประเทศ แถมคนโทร. มาทวงก็พูดไทยไม่ชัด

ทั้งนี้ น.ส.วรนุช มองว่าคนที่ทวงหนี้ไม่น่าใช่คนไทย ส่วนชื่อเจ้าของบัญชีก็แทบจะไม่ซ้ำกัน จากที่โอนประมาณ 10 บัญชี มีชื่อซ้ำกันไม่กี่บัญชี

น.ส.วรนุช ยอมรับว่าเมื่อก่อนกลัวมาก แต่ทุกวันนี้เกินขีดความกลัวไปแล้วจึงไม่สนใจ ได้ทำการบล็อกเบอร์โทร. เข้า บล็อกไลน์ แต่ผลกระทบทางธุรกิจตน คือ ตนไม่กล้าจะเปิดเบอร์โทรให้ลูกค้าติดต่อได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมาทวงแก๊งได้ตามไปทวงหนี้จากคนที่ตนรู้จัก บงครั้งก็ยังใช้ถ้อยคำไม่ดีด้วย ทำให้ตนตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.บึงสามพัน เมื่อ วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ