แพงนักใช่มั้ย! เผยวิธีการปลูก ผักชี แบบอินทรีย์ ไม่ต้องไปซื้อโลละหลายร้อย





เผยวิธีการปลูก ผักชี แบบอินทรีย์ ไม่ต้องไปซื้อหากิโลกรัมละหลายร้อยบาท ประหยัด ปลอดภัยไร้สารพิษ

จากกรณี ผักชี มีราคาแพงมากในช่วงนี้ เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกประสบภัยน้ำท่วม ประกอบกับน้ำมันมีราคาแพงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง ทำให้หลายคนที่นิยมรับประทานผักชี หรือพ่อค้าแม่ขายที่มีความจำเป็นต้องใช้ผักชีในการประกอบอาหารขาย อยากหันมาปลูกเองเพื่อลดต้นทุน วันนี้มีวิธีการปลูก ผักชี แบบอินทรีย์มาให้ได้ทดลองปลูกกัน

วิธีการปลูกผักชี

เริ่มจากการเตรียมดินเพื่อปลูกผักชีก็เหมือนกันการเตรียมดินเพื่อปลูกผักอื่นๆ ทั่วไปโดยการขุดหรือไถดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากทิ้งไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วพรวนดินให้ร่วน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

ผักชีเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด ก่อนปลูกผักชีจึงต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้พร้อม โดยการนำเมล็ดพันธุ์ผักชีมาบดให้แตกออกเป็นสองซีก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จากนั้นนำเมล็ดผักชีที่แช่น้ำแล้ว นำมาผึ่งลมก่อนผสมกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย รอให้เมล็ดงอกแล้วนำไปปลูกในดินที่เตรียมไว้ โดยก่อนปลูกผักชีต้องรดน้ำให้ทั่วแปลง จากนั้นนำเมล็ดมาหว่านลงในแปลง กลับด้วยดินแบบบางๆ จากนั้นคลุมด้วยหญ้าแห้งหรือฟางเพื่อป้องกันต้นอ่อนของผักชีจากแสงแดดและรักษาความชื้นของผิวดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง

การให้น้ำ

ผักชีถึงแม้จะพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ผักชีไม่ชอบน้ำขัง ดังนั้นควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น อย่าต้องอย่าให้มากเกินไปจนโชก เพราะผักชีอาจเกิดโรครากเน่าได้

การใส่ปุ๋ย

เราผสมปุ๋ยในดินก่อนปลูกแล้ว เมื่อผักชีแตกใบให้ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยมูลสัตว์ ถ้าอยากจะเร่งให้ผักชีงามเร็ว ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพร่วมด้วย

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับผักกินใบ สิ่งที่ต้องเตรียม
1. พืชสดหรือวัชพืชนำมาสับให้ได้ 3 กิโลกรัม ไม่มีโรค (เน่า)
2. กากน้ำตาล 1 กก.ใช่น้ำตาลทรายแดงแทนได้เช่นกัน

วิธีทำ
นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดละเอียดให้ได้ปริมาณ 3 กก. แล้วบรรจุเศษพืชที่ได้ลงในภาชนะ และเติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร คนหรือเขย่าให้เข้ากัน ให้เศษพืชจมอยู่ในกากน้ำตาลตลอดเวลา ปิดฝาภาชนะ เก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิห้องนาน 7 วัน สามารถนำไปใช้ได้

การปฏิบัติระหว่างการหมัก เขย่าภาชนะที่หมักพร้อมกับเปิดฝา วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น เมื่อครบ 7 วัน ให้ดมกลิ่น ถ้าหอมหวานแสดงว่า “ดี” สามารถนำไปได้ ถ้าบูดเปรี้ยวแสดงว่า “ไม่ดี” ให้แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาล หรือของที่ใส่ครั้งแรกแล้วหมักต่ออีก 3 วัน ถ้ามีกลิ่นหอมหวานก็แสดงว่า “ดี” ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยวอีกให้เติมน้ำตาลอีกแล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอมหวาน เมื่อได้น้ำหมักที่ดีแล้วให้เก็บไว้ในที่มืดภายใต้อุณหภูมิห้อง เก็บได้นาน 6 เดือน – 1 ปี ระหว่างเก็บหากมีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไป

อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ
1) พืชผักสวนครัว พืชไร่ ไม้ผลยืนต้น ให้ทางใบ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 5-7 วัน ควบคู่กับให้ทางราก 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15-20 วัน
2) เตรียมดินแปลกปลูก หรือหลุมปลูกไม้ผล อัตราส่วน 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
3) ใช้แทนสารเร่งปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร พรมลงบนวัสดุทำปุ๋ยหมัก
4) กำจัดน้ำเสียโดย อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณน้ำเสียหรือในคอกปศุสัตว์
5) เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์พอท่วมก่อนเพราะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง การต่อเชื้อน้ำหมักชีวภาพ ใช้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน น้ำสะอาด 10 ส่วน ผสมให้เข้ากันดี ปิดฝาภาชนะเก็บไว้ในที่มืด ภายใต้อุณหภูมิห้อง นาน 3 วัน ตรวจสอบกลิ่นตามครั้งแรก

เคล็ดลับ เรื่องน้ำหมักชีวภาพ หลังการหมัก 3 วันแรก เปิดฝาออกดูถ้ามีแก๊สพุ่งออกมาแสดงว่า มีส่วนผสมดีพยายามเปิดฝาระบายแก๊สบ่อยๆ ถ้าไม่เปิดภาชนะที่หมักอาจระเบิดได้ กรณีถ้าไม่มีกากน้ำตาลสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงได้ โดยเพิ่มปริมาณน้ำตาลแดงเป็น 1 ส่วน : เศษพืช 1 ส่วนการใช้น้ำหมักชีวภาพทางราก ควรใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเสมอ

คุณสมบัติของน้ำหมักจากพืชสีเขียว :
1. กระตุ้นให้เกิดการงอกและการยืดตัวของของเซลล์ทำให้ยาวขึ้นและลำต้นอวบ และใหญ่ขึ้น
2. เร่งการเจริญเติบโต โดยการกระตุ้นการขยายตัวของเซลล์ ควบคุมการแตกตาข้างและกิ่งข้าง
3. ใช้ผสมกับน้ำหมักกลุ่มผลิตกรดแลคติก (น้ำหมักน้ำซาวข้าว) นำไปรดกับกองปุ๋ยจะช่วยลดการเสื่อมสภาพของกองปุ๋ยได้และช่วยเสริมสร้างการทำงานของจุลินทรีย์ในดินและการเจริญเติบโตของพืช

โรคและแมลงศัตรูของผักชี
โรคที่เป็นง่ายและพบเจอกันบ่อยๆก็คือโรคใบเน่าใบเหลืองและแมลงศัตรูของผักชี คือ เพลี้ย

วิธีการกำจัดเพลี้ย
ให้นำขี้เถ้าถ่านที่เย็นแล้วจำนวน 3 กิโลกรัม เทใส่ภาชนะแล้วเติมน้ำ 10 ลิตร ลงไปผสมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน 1 คืน แล้วรินเอาเฉพาะน้ำด่างที่ผ่านการตกตะกอนนั้นมาใช้กำจัดเพลี้ยแป้ง โดยใช้น้ำด่างอัตรา 250 cc + น้ำ 10 ลิตร แล้วนำไปใช้ฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยแป้งในพืชได้ทุกชนิด โดยสามารถใช้ฉีดพ่นได้ทุกวันจนกว่าเพลี้ยแป้งจะหายไป

 

ข่าวจาก : amarintv

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ