บช.น.เผย แจ้งจับม็อบ 2 เดือน เกือบพันคน! ขู่ เยาวชนทำผิด ผู้ปกครองก็ไม่รอด





“ปิยะ ต๊ะวิชัย” รอง ผบช.น. เผยยอดผู้ต้องหาม็อบ 2 เดือน เกือบพันคน จับไปแล้ว 624 คน ขู่ เยาวชนทำผิด ผู้ปกครองก็ไม่รอด ถูกดำเนินคดีด้วย

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายรวมตัวกันในวันที่ 28 ก.ย.กลุ่มทะลุฟ้า นัดหมายเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป รวมตัวที่แยกนางเลิ้งมุ่งหน้าทําเนียบรัฐบาล และ กลุ่มทะลุแก๊ส ยังไม่ทราบเวลานัดหมาย รวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง


ทั้งนี้ บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทํากิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มทะลุฟ้า เวลา 16.00 เริ่มรวมตัว กันที่บริเวณแยกนางเลิ้ง มีการปาถุงสี โปรยใบปลิว ยิงจรวดน้ำ และขึงป้ายผ้าหน้าแนวรั้ว ลวดหนาม เวลา 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตัดรั้วลวดหนามเพื่อรื้อแนวกั้นหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยี พระนครพณิชยการ เจ้าหน้าที่จึงได้ ประกาศเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวยุติการกระทํานั้นเนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และขอให้ออก จากพื้นที่ดังกล่าว

แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมเชื่อฟัง ยังคงรวมตัวขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัด พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ลุกลามบานปลาย เวลา 17.30 – 18.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายและผลักดัน กลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ทั้งนี้ได้จับกุม ผู้กระทําผิดจํานวน 26 คน ดําเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในจำนวน 7 คน จาก 26 คน เคยถูกจับดำเนินคดีการชุมนุมและก่อเหตุวุ่นวาย ทางพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นคัดค้านการประกันตัวต่อไป

“ส่วนกลุ่มทะลุแก๊ส เวลา 20.40 – 21.40 น. ได้มีการรวมกลุ่มบริเวณถนนมิตรไมตรี มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก พลุไฟ เพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ แล้วได้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ไปโดยทาง บช.น. จะดําเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองมาดําเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ซึ่งหากเยาวชนได้กระทําความผิดผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วยเช่นกัน ส่วนการดําเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 234 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 869 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 624 คน” โฆษกบช.น. กล่าว

ส่วนผู้ก่อเหตุซ้ำจะมีการดำเนินการตรวจสอบเพิ่ม พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยังมีผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหา ใน 1 ปีที่ผ่านมา 500 กว่าคน ใครมีคดีซ้ำจะมีการประสานกับทางอัยการ และศาล เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มความเข้มพิจารณาบังคับใช้ข้อกฎหมายต่อไป

ส่วนการรัฐบาลมีการคลายล็อกผ่อนปรนให้มีการเล่นดนตรีสดได้นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า มีมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) มีมาตรการผ่อนปรนมาแล้วก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีมาตรการคุมเข้มในพื้นที่กรุงเทพใหานครพื้นที่สีแดงเข้มรวมต่างจังหวัด 29 จังหวัด โดยหลักได้มีการอนุญาตให้ขยายช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00 -04.00 น. แต่ยังคงห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ปิดภายในเวลา 21.00 น.

ที่ผ่านมามีการลักลอบเปิดจัดปาร์ตี้ในทั่วทุกที่ทั่วประเทศ หากมีการลักลอบจำหน่ายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแต่นอน รวมถึงห้ามการรวมตัวกัน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ผู้บัญชาการแต่ละภาค รวมถึงผู้กำกับการแต่ละสถานี ตรวจเข้มร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัด ส่วนนอกราชอาณาจักร ให้ตำรวจ ตม. ทำการตรวจสอบต่อไป

 

ข่าวจาก : ข่าวสด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ