แหม่ม อลิษา ช็อกจนชัก ! เหมือนสายฟ้าฟาด โดนไล่ที่ ยังไม่รู้จะเอายังไงต่อ





แหม่ม อลิษา อดีตนักแสดงชื่อดัง เปิดใจ ถูกไล่ที่จากร้านอาหารตามสั่ง ลั่น ช็อกจนชัก เหมือนสายฟ้าฟาด มาบอกแค่ไม่กี่วัน แต่ก็จะขอสู้ต่อ จะไปเริ่มใหม่ ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะกลับต่างจังหวัด

เป็นอดีตนักแสดงชื่อดังที่ผันตัวไปเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งอย่าง แหม่ม อลิษา ที่ก่อนหน้านี้ก็ต้องฝ่ามรสุมชีวิตทั้งอาการป่วย และความอ้วนที่เป็นอยู่ และล่าสุด (25 กันยายน 2564 ) เจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจกับรายการ วันบันเทิง – oneบันเทิง

ว่าตอนนี้ก็เจอมรสุมชีวิตอีกครั้ง เพราะถูกไล่ที่จากร้านที่ขายอาหารตามสั่ง โดยต้องย้ายออกภายในสิ้นเดือน กันยายน นี้

แหม่ม อลิษา เล่าว่า ตอนช่วงโควิด ระบาดช่วงแรก ตนยังพอมีรายได้ มีการรับรีวิวสินค้า แต่พอระลอกสองก็เริ่มแย่เพราะงานไม่ต่อ จะให้ลงทุนใหม่ก็ไม่ไหว เพราะหนักในเหตุการณ์แบบนี้ ตนก็มาเซ้งทำร้านอาหารตามสั่งต่อก็ขายไม่ดี ทั้งเจอโควิด ลูกค้าเก่าก็หาย ก็ต้องมาสร้างฐานลูกค้าใหม่ ยอดขายก็ 700-800 บาท แต่ก็ทำเพราะค่าเช่าที่ไม่แพง ของอะไรหมดก็ซื้อเติม ไม่ถม ก็เลยทำได้เรื่อย ๆ ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร แต่ก็เริ่มขายดีเพราะมีลูกน้อง กระทั่งล็อกดาวน์รอบล่าสุดก็สู้ไม่ไหว ค่าใช้จ่ายเดือนละ 2-3 หมื่นบาท

แหม่ม อลิษา เล่าว่า ตอนช่วงโควิด ระบาดช่วงแรก ตนยังพอมีรายได้ มีการรับรีวิวสินค้า แต่พอระลอกสองก็เริ่มแย่เพราะงานไม่ต่อ จะให้ลงทุนใหม่ก็ไม่ไหว เพราะหนักในเหตุการณ์แบบนี้ ตนก็มาเซ้งทำร้านอาหารตามสั่งต่อก็ขายไม่ดี ทั้งเจอโควิด ลูกค้าเก่าก็หาย ก็ต้องมาสร้างฐานลูกค้าใหม่ ยอดขายก็ 700-800 บาท แต่ก็ทำเพราะค่าเช่าที่ไม่แพง ของอะไรหมดก็ซื้อเติม ไม่ถม ก็เลยทำได้เรื่อย ๆ ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร แต่ก็เริ่มขายดีเพราะมีลูกน้อง กระทั่งล็อกดาวน์รอบล่าสุดก็สู้ไม่ไหว ค่าใช้จ่ายเดือนละ 2-3 หมื่นบาท


แหม่ม อลิษา เผยอีกว่า ในช่วงที่เจอปัญหาด้านการเงินหนัก ๆ ก็ไม่มีงานละครมาซัพพอร์ต ด้วยเพราะตนอ้วน แต่ถ้าจะจ้าง ซึ่งตนอ้วนถ้าคนจ้างไม่ซีเรียสก็โอเค จะได้รับบทแม่ก็ได้ วัดกันที่ฝีมือ ก็เริ่มมีละครบ้างแต่ไม่ได้เยอะ ก็มีเงินมาหมุน

แหม่ม อลิษา เล่าถึงความรู้สึกที่ทราบว่าต้องย้ายออกจากร้าน เพราะเจ้าของมาไล่ที่ว่า ตอนนี้รู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดไปนิดหนึ่ง ถ้ามีการคุยกับให้เป็นกิจจลักษณะ ถึงจะไม่มีทางไปก็พร้อมที่จะไป เพราะเกรงใจ ตอนนี้คือเปลี่ยนมือผู้เซ้ง แต่ให้ตนขายอยู่ แต่ความตั้งใจของเขาคือเขาอยากได้ทั้งร้านเพื่อลดการกระทบกระทั่งตนกับลูกน้องเขา ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่ถ้าเขาบอกเป็นกิจจะลักษณะ

ถึงตนจะไม่มีเงินตนก็ต้องไป เพราะตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ไม่ใช่มาบอกไม่กี่วัน ทำให้กดดันหลาย ๆ ช็อกเพราะมืดไปหมดเลย สติหลุด ต้องตั้งสติว่าจะไปต่อหรือจะหยุด เครียดอยู่หลายวัน จนเมื่อคืนอาการไม่ดี เหมือนจะชักเกร็ง ซึ่งตนเคยเป็นแบบนี้มาแล้วตอนเจอวิกฤตหนัก ๆ ตอนนั้นก็ชักไปเลย แต่ปมที่เครียดตอนนั้นก็คลายเพราะมีหลายคนเข้ามาช่วย

หลังจากนี้ตนจะสู้ต่อ ไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น ถ้าไปแล้วไม่รอดก็จะกลับต่างจังหวัด แต่จะลองดูอีกสักตั้ง ตนไม่โกรธเจ้าของที่ ขอให้ทุกอย่างอยู่แค่ตรงนี้ ให้เขาไปสานต่อ เอาเวลาที่จะคิดแค้นไปเริ่มร้านใหม่ดีกว่า

“ให้กำลังใจตัวเอง ให้กัดฟันสู้ต่อไป ให้คิดว่าอีกเฮือก ๆ ๆ ๆ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป ไม่มีปัญหาของใครเล็กหรือใหญ่ ปัญหาของทุกคน เวลาทุกข์มันเท่ากันหมดเลย เพียงแต่การแก้ปัญหาของเรามันอาจจะต่างกัน ขนาดแหม่มแกร่งขนาดนี้ก็ยังจะช็อกน็อตหลุดไป แต่เราต้องเรียกตัวเองกลับมา แล้วก็สู้ ค่อย ๆ แก้ เลือกคนคุยที่เข้าใจเรา มีพลังบวกให้เรา เป็นกำลังใจให้ทุกคน”

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ