จ่อชงพัทยามูฟออนให้ ศบศ.17ก.ย.นี้ สูตรเดียวกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์





ปรับพัทยามูฟออน ใช้รูปแบบเดียวกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เสนอ 7+7มั่นใจ 1 ต.ค.นี้เปิดประเทศระยะ 2 ตั้งเป้าเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเร็ว ๆ นี้

วันที่ 13 ก.ย.2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ เตรียมนำเสนอเรื่องปรับโมเดลโครงการพัทยามูฟออน โดยใช้รูปแบบ Sealed Area เหมือนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ในวันที่ 17 ก.ย.นี้

โดยรูปแบบนั้นจะเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเที่ยวชลบุรีในลักษณะ 7+7 ทั้งรูปแบบท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ครบ 7 วันแรกแล้วมาเที่ยวชลบุรี 7 วันหลัง หรือท่องเที่ยว 7 วันแรกที่ชลบุรี แล้วไปต่อที่ภูเก็ตใน 7 วันหลังก็ได้

ทั้งนี้จะเชื่อมโยงการเดินทางและเพิ่มความหลากหลายให้กับพื้นที่การท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมโยง 9 จังหวัดที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะที่ 1 และ 2 ประกอบด้วย ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี กรุงเทพ เชียงใหม่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชลบุรี

สำหรับโครงการพัทยามูฟออนจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นไทม์ไลน์เปิดประเทศระยะที่ 2 เปิดเมืองเพิ่มอีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่หัวหิน) เพชรบุรี (พื้นที่ชะอำ) และชลบุรี (อ.บางละมุง อ.สัตหีบ)

โดยโครงการพัทยา มูฟออนจะปรับโมเดลเป็นรูปแบบคล้ายโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เปิดให้นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนครบโดสและมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นลบ เที่ยวได้ไม่ต้องกักตัว

จากนั้นเมื่อถึงกำหนดมั่นใจว่าประชากรในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 70% ครบเกณฑ์การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักในการเปิดประเทศ และการเดินหน้าตามแผนเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดขึ้นหลังจากประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขณะนี้เห็นยอดผู้ติดเชื้อทยอยลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์เผยว่า คาดการณ์ว่าการเดินทางในประเทศจะสามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากเดือน ก.ย.จะเป็นช่วงเดือนที่มีวัคซีนเข้ามาเพิ่มอีกจำนวนมาก ทำให้เดือน ก.ย.จะเป็นเดือนแห่งการเร่งฉีดวัคซีนอย่างเต็มที่โดยคาดว่าพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะสามารถฉีดวัคซีนให้กับคนในพื้นที่ได้ไม่ต่ำกว่า 70% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้ว

“ดังนั้นการเดินทางจะฟื้นตัวกลับมาในเดือนถัดไป หลังจากนั้นจะเดินหน้าตามแผนการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อไป”

สำหรับเกณฑ์การเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว จะมุ่งเปิดเมืองหลักหรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรปราการ กระบี่ ตรัง นราธิวาส พังงา ภูเก็ต ยะลา สงขลา สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา

นอกจากนี้จะมีการเปิดจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี ตาก นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลย อุบลราชธานี ระนอง สตูล น่าน กาญจนบุรี และราชบุรี รวมถึงพื้นที่นำร่องที่มีสินค้าการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น ประกอบด้วย ลำพูน แพร่ นครศรีธรรมราช และพัทลุง

ด้านรายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า สำหรับพื้นที่ที่พร้อมจะประกาศเป็น Blue Zone หรือพื้นที่สีฟ้า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ มีภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เล) พังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่) ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เพชรบุรี (ชะอำ)

กรุงเทพฯ เขตชั้นใน 21 เขต ประกอบด้วย พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ปทุมวัน บางรัก ยานนาวา สาทร บางคอแหลม ดุสิต บางซื่อ พญาไท ราชเทวี ห้วยขวาง คลองเตย จตุจักร ธนบุรี คลองสาน บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ดินแดง วัฒนา และสมุทรปราการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลีเป็นต้น

ข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ