นักท่องเที่ยวเยอรมัน หวังเที่ยวภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เจอเพื่อนร่วมไฟลต์ติดโควิด





นักท่องเที่ยวเยอรมัน หวังเที่ยวภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เจอเพื่อนร่วมไฟลต์ติดโควิด 19 ชีวิตเปลี่ยน ต้องย้ายเข้าพักโรงแรม ASQ แบบไม่ทันตั้งตัว ค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้น กับเวลากักตัว ฝากถึงคนที่คิดจะมาให้เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

เป็นโครงการนำร่องเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ซึ่งมีความน่าสนใจอยู่ที่นักท่องเที่ยวในโครงการนี้สามารถท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัวอย่างน้อย 14 คืน ก่อนเดินทางมายังพื้นที่อื่นในไทย ทำให้ได้รับความสนใจจากนักเดินทางต่างชาติจำนวนไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้กลับมีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันรายหนึ่ง ที่ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ เมื่ออยู่ ๆ แผนเที่ยวสุดเพอร์เฟกต์ในฝันมีอันต้องพลิกผันอย่างหนัก หลังจากต้องกลายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพราะเดินทางร่วมไฟลต์กับผู้โดยสารติดโควิด 19 (COVID-19) ทำให้ต้องย้ายไปพักยังโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก (ASQ) และต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าโดยไม่ทันตั้งตัว

โดยเรื่องทั้งหมดถูกบอกเล่าผ่านโพสต์ในเฟซบุ๊ก Wheels & Work เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 เผยถึงการเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตภายใต้โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ความคิดดี ๆ ที่กลับเกิดความผิดพลาดขึ้น…

– สเตฟานี นักท่องเที่ยวหญิงรายนี้ วางแผนมาท่องเที่ยวแบบยาว ๆ โดยตัดสินใจขายทุกสิ่งในเยอรมนี ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน มอเตอร์ไซค์ เสื้อผ้า มีติดตัวแค่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 ใบ กระเป๋าสะพายเล็ก ๆ 1 ใบ และหมวกกันน็อก

– เธอยากทำในสิ่งที่ต้องการทำมากที่สุดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด 19 นั่นคือการท่องเที่ยว และจุดหมายแรกที่เลือกก็คือประเทศไทย ซึ่งเธอตกหลุมรักนับตั้งแต่เคยมาเยือนเมื่อ 10 ปีก่อน

– เธอยังสามารถทำงานฟรีแลนซ์ได้แม้เดินทางออกจากเยอรมนี ขอแค่มีอินเตอร์เน็ต

– สเตฟานี เดินทางโดยสายการบินเอมิเรตส์ จากแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ไปต่อเครื่องที่ดูไบ ก่อนจะเดินทางด้วยเครื่องบินจากดูไบ มายังภูเก็ต

– สิ่งที่ทำให้เธออึดอัดใจเริ่มขึ้นในเที่ยวบินจาก ดูไบ มายัง ภูเก็ต เธอพบว่าผู้โดยสารบางคนสวมแมสก์แบบห้อยไว้ใต้จมูก เธอพยายามขอพนักงานต้อนรับบนเครื่องเปลี่ยนที่นั่ง แต่พบว่าที่นั่งอื่นเต็มแล้ว

– เมื่อมาถึงภูเก็ต ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น เธอได้รับการตรวจเอกสาร ทำการตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นก็มีคนขับรถมารอพาเธอไปยังโรงแรม SHA+ ที่หาดราไวย์ ซึ่งเธอได้ทำการจองไว้ล่วงหน้า โดยมีค่าที่พักรวม 15,000 บาท

– กระทั่งตอนเช้าวันถัดมา ผลตรวจออกมาเป็นลบ เธอจึงเริ่มต้นทริปท่องเที่ยวในฝัน เช่าสกูตเตอร์ขี่ไปเที่ยวหาดในหาน จุดชมวิวกังหันลม ช่วงบ่ายมาผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำ จิบเบียร์ที่บาร์ริมสระ แต่ก่อนที่จะได้ทานมื้อเย็นก็มีโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้าย

– เธอได้รับแจ้งว่ามีผู้โดยสารบนเที่ยวบินเดียวกัน ในไฟลต์จากดูไบ มาภูเก็ต ติดโควิด 19 ทำให้เธอกลายเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง และต้องย้ายไปกักตัวยังโรงแรม ALQ เป็นเวลา 14 วัน

– ปัญหาคือโรงแรมส่วนมากในภูเก็ตเปลี่ยนไปทำโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำให้เธอมีตัวเลือกน้อยมาก เธอหวังว่าจะมีคนจากทางการหรือสถานทูตมาช่วยเหลือ แต่กลับเงียบ ผู้ที่ติดต่อหาโรงแรม ALQ ให้ ก็คือพนักงานต้อนรับที่โรงแรม SHA+

– ในที่สุดเธอก็ได้โรงแรม ALQ ที่หาดป่าตอง จากค่าโรงแรม 15,000 บาท กลับกลายเป็น 52,000 บาท โดยที่เธอต้องจ่ายเอง ซึ่งเธอสงสัยมากว่าทางการจะทำอย่างไรหากนักท่องเที่ยวไม่มีเงินพอจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกได้

– สถานการณ์ที่พลิกผันเกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมง เธอต้องรีบเก็บของก่อนจะมีรถมารับไปยังโรงแรม ALQ แม้ว่าห้องพักจะไม่ดีเท่ากับโรงแรมแรก และต้องทนกินอาหารอุ่นร้อนจากภาชนะพลาสติกทั้ง 3 มื้อ แต่ก็ยังดีที่พนักงานน่ารักและยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างมาก

– ทั้งนี้ เธอยังต้องมีการตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR อีก 2 ครั้ง ซึ่งเธอก็หวังว่าผลจะออกมาเป็นลบ

– เธอมองว่าภูเก็ต แซนด์บ็อก ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางมาอยู่นานกว่า 3 สัปดาห์ แต่สำหรับคนที่เดินทางมาระยะสั้นกว่านั้น ควรตระหนักว่าหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น พวกเขาจะต้องใช้วันหยุดทั้งหมดในห้องของโรงแรม แทนที่จะได้ออกไปชายหาด ซึ่งแม้จะมีโอกาสน้อย แต่มันก็เกิดขึ้นได้อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับเธอ

– แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจคือ ทำไมถึงไม่มีความช่วยเหลือจากทางการ และทำไมถึงต้องกักตัวอีก 14 วันเต็ม ทั้งที่เธอได้รับวัคซีนครบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (12 กรกฎาคม) นักท่องเที่ยวรายนี้เผยว่า เธอได้รับการติดต่อจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแล้วหลังมีคนแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไป และขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ โดยในส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับโรงแรม SHA+ เธอจะได้รับการคืนเงินเต็มจำนวน ส่วนค่าโรงแรม ALQ 14 วันนั้น คาดว่าประกันน่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายราว 50,000 บาท

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ