เจ้าของโรงแรมจ.ภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าชดเชย242 ล. เหตุรัฐสั่งล็อกดาวน์ช่วงเดือนมี.ค.





เจ้าของโรงแรมจ.ภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าชดเชย242 ล. เหตุรัฐสั่งล็อกดาวน์ช่วงเดือนมี.ค.

นายประพันธ์ บุญตันตราภิวัฒน์ เจ้าของโรงแรมในเครือบริษัท กมลาบีชอินท์ และบริษัท กัมพลธุรกิจ จำกัด ประกอบด้วยโรงแรม ภูเก็ต ทาวน์อินน์ โรงแรมกะรนวิว รีสอร์ท และโรงแรมกมลาบีชอินน์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง กรุงเทพฯ เพื่อขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้อง จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย

1.กระทรวงสาธารณสุข 2.นายกรัฐมนตรี 3.จังหวัดภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ4. กระทรวงมหาดไทย จ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต

ที่มีคำสั่งปิดโรงแรมทุกประเภทในจังหวัดภูเก็ต จากมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อแก่ผู้เสียหาย ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2548 ซึ่งยื่นฟ้องไปทั้งหมดเป็นวงเงิน 242 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา

“การที่มีคำสั่งปิดธุรกิจโรงแรมทุกประเภทที่ผ่านมานั้น ทางจังหวัดภูเก็ตและรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการช่วยเหลือหรือชดเชยรายรับที่หายไปแต่อย่างใด ในระยะเวลาที่มีคำสั่งให้ปิดนั้นโรงแรมของตนมีแต่รายจ่ายในทุกๆ เดือน โดยไม่เคยได้รับการชดเชยจากภาครัฐ หากโรงแรมจะเปิดบริการอีกครั้งต่อหาเงินมาเตรียมการเปิดเพื่อความสมบูรณ์ของโรงแรมที่มีให้กับแขกที่จะมาพัก มาซ่อมแซมเตรียมการ แม่ที่ผ่านมาภาครัฐจะมีประกาศให้สถาบันการเงินในประเทศช่วยเหลือผู้ประกอบการแต่สิ่งที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงแห่งเงินทุนต่างๆ ได้ มีแต่สถาบันการเงินเล่นงานหรือฟ้องร้อง บังคับคดีกับผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ” นายประพันธ์ กล่าวและว่า

จากคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงฯ ทั้งหมดที่โดนล็อกดาวน์ ตั้งแต่ 4 เม.ย.63 เป็นต้นไป เป็นเวลา 4 เดือนกับ 20 วัน ทำให้เศรษฐกิจภูเก็ตยังฟื้นไม่ได้จนถึงวันนี้ ซึ่งเราเพิ่งเปิดสนามบินเพื่อรับแขกต่างประเทศ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 ที่ผ่านมา ถ้าเศรษฐกิจฟื้น แต่ภาพรวมเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของภูเก็ตก็ยังไม่ฟื้น ตนในฐานะผู้ประกอบการ ได้ปรึกษาทางทนายว่ามีช่องทางไหนที่จะสามารถฟ้องรัฐบาลให้จ่ายค่าชดเชยหรือออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน โดยให้กู้เงินระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ 2 %

ตนได้ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ,นายกรัฐมนตรี ,ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 ต่อศาลปกครองกลางที่กรุงเทพฯ มีอายุความ 1 ปี นับแต่ที่มีคำสั่ง ขณะนี้อายุความหมดไปแล้ว ตนเป็นคนเดียวซึ่งฟ้องรัฐบาล เป็นผู้ประกอบการรายเดียวของภูเก็ตที่ยื่นฟ้องรัฐบาล แต่ตนคิดว่าผู้ประกอบการในภูเก็ตเป็นแสนคนซึ่งได้รับความลำบาก

ในวันเดียวกันที่ยื่นฟ้อง ตนก็ได้นำสำเนาเอกสารส่งไปยังกระทรวงสาธารณสุข และในวันที่ 23 มีนาคม 2564 ทางกระทรวงสาธารณสุขมีเอกสารตอบรับตนมาว่ารับทราบในวงเงิน 84 ล้าน จากวงเงินทั้งหมด 242 ล้านบาทที่ต้องยื่นฟ้องไป นับตั้งแต่วันฟ้องจนถึงวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก แต่คดีนี้ได้โอนมาที่ศาลปกครองจังหวัดภูเก็ตแล้ว ทั้งนี้ ที่ยื่นฟ้องเป็นความเสียหายตั้งแต่วันแรกที่ทางจังหวัดภูเก็ตประกาศปิดโรงแรม จนถึงบัดนี้รวมระยะเวลา 18 เดือน

“ รัฐบาลไม่เคยสนใจ ไม่เคยที่จะมาอุดหนุนในกรณีที่ภูเก็ตถูกสั่งปิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำเฉย ความเดือดร้อน รายได้ที่ลดลงไป คนไม่มีจะกินถามว่าใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลเปิดภูเก็ตวันที่ 1 ก.ค.64 ธุรกิจส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ก็ยังไม่ฟื้น ไปไม่รอด เพราะว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรที่มาช่วยภูเก็ต แต่รัฐบาลช่วยที่จังหวัดอื่นได้ เหมือนที่กรุงเทพ

ในเร็วๆ นี้กระทรวงการคลังอนุมัติเงินออกมา 2,500 ล้านบาทช่วยผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ แต่ทำไมในภูเก็ตรัฐถึงไม่ช่วย ภูเก็ตเป็นจังหวัด ซึ่งเสียภาษี นำภาษี เข้าส่งส่วนกลางเยอะมาก แต่เวลานี้ ตอนนี้รัฐบาลช่วยอะไรคนภูเก็ตบ้าง ตนคิดว่าคนภูเก็ตตอนนี้เดือดร้อนหนักรัฐบาลต้องช่วยทุกๆ คน เพราะทุกๆ คน ก็เป็นคนไทย ไม่ใช่เลือกที่จะช่วย” นายประพันธ์ กล่าว และว่า

“ตอนนี้สถาบันการเงินทุกแห่งทุกประเภท ทั้งไฟแนนซ์ ธนาคาร ก็มาไล่เงินกับลูกหนี้ ซึ่งเป็นประชาชน รัฐบาลต้องมีกฎหมายชะลอการบังคับคดี ชะลอการฟ้องคดี ชะลอการขายทอดตลาด ตนคิดว่าน่าจะใช้เวลาสัก 2-3 ปีเพื่ออย่าให้ประชาชนทุกข์มากเกินไป ตนทำเอกสารเสนอผู้ใหญ่ไปว่าขอให้ชะลอการฟ้องคดี การบังคับคดี การขายทอดตลาด ทรัพย์สินของลูกหนี้ ตอนนี้ไม่มีใครมีเงินเพราะเราไม่ได้ทำงาน 18 เดือน หรือ 1 ปี ครึ่ง และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิดจะจบเมื่อไหร่”

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ