อาจารย์ กม. จุฬา-ธรรมศาสตร์ ชี้ถึงเวลาเอาผิด ผู้บริหารสูงสุดรัฐ





อาจารย์กฎหมาย จุฬา-ธรรมศาสตร์ ประสานเสียง ถึงเวลาเอาผิด ผู้บริหารสูงสุดของรัฐ บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินผิดพลาด ทำคนตาย-สถานการณ์แย่ ชี้หลักฐานชัดแล้ว

รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านทาง เฟซบุ๊ก ความว่า ถึงเวลาที่ศาลต้องสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายในการเอาผิดกับผู้บริหารสูงสุดของรัฐในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผิดพลาดจนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประชาชน การเพิกเฉยไม่ทบทวนผลลัพธ์ของการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด

การไม่รับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน และความล่าช้าในการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เป็นพยานหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการ “งดเว้น” หน้าที่ที่พึงต้องกระทำ และ “จงใจ” ที่จะให้ความเสียหายดำรงอยู่ต่อเนื่องไป การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนี้เลยระดับของความประมาทเลินเล่อไปแล้ว

ต่อมาแสดงความคิดเห็น อีกว่า ในสถานการณ์ปกติ ต้นเหตุของความล่าช้าอาจมาจากระบบราชการที่ซับซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่นักการเมืองรวบอำนาจตามกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จเพื่อแก้ปัญหา ความล่าช้าและความล้มเหลวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหาวัคซีน จัดสรรวัคซีน การจัดการกับผู้ป่วย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไม่อาจโทษใครได้เลย นอกจากความไร้ประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบของผู้ใช้อำนาจนั้น


ขณะที่ รศ.ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แชร์โพสต์ของรศ.ดร.มุนินทร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ในฝรั่งเศส ปี 1999 อดีตนายกรัฐมนตรี รมต.กระทรวงสาธารณสุข และ รมต.กระทรวงสังคม ต้องขึ้นศาลยุติธรรมแห่งสาธารณรัฐ ด้วยข้อหาฆ่าคนตายและทำให้คนบาดเจ็บโดยไม่เจตนา (homicides et blessures involontaires – คดี l’affaire du sang contaminé)

จากมาตรการตรวจสอบเชื้อ HIV ในการบริจาคโลหิตไม่ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการรับบริจาคโลหิตปนเชื้อ HIV ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมากกว่า 1 พันคน

ในวันแรกของการพิจารณาคดี แม่ของเด็กวัย 5 ขวบที่เสียชีวิตจากการรับบริจาคโลหิตมีเชื้อ HIV รายหนึ่ง ตะโกนใส่อดีตผู้บริหารประเทศ 3 รายนี้ … “การเพิกเฉยของพวกคุณต่อความเร่งด่วนของโรคเอดส์ ไม่ต่างอะไรกับการเพิกเฉยของการมีค่ายกักกันเมื่อปี 1945”

คดีนี้เป็นคดีแรกในสาธารณรัฐที่ 5 ของฝรั่งเศส (1958) ที่นักการเมืองเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความรับผิดในทางอาญาต่อการบริหารอำนาจหน้าที่ของตน

ทั้งนี้มีผู้เข้ามาคอมเมนต์ถามว่า ”ฟ้องนายก ทางไหนได้บ้างครับ จงใจไม่ซื้อวัคซีน mRNA ปล่อยคนไทยตายที่บ้าน”

โดย รศ.ดร.เอื้ออารีย์ ยังตอบคำถามที่ว่า ไม่ใช่แค่นายก… รมต. / ทีมแพทย์ที่ปรึกษา / ขรก. ที่เกี่ยวข้อง ต้องเอามาชำระความให้หมด พวกคุณไปถึงเจตนาทำคนตายแล้ว

 

ข่าวจาก : ข่าวสด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ