เปิดทริก ภัคภาคิน เพิ่งพ้นคุกมาหลอกเหยื่อซ้ำ ค้นชื่อใน Google ตะลึงเลย





หนุ่มเพิ่งพ้นคุกมาหมาด ๆ เอาอีก หลอกขายเซิร์ฟสเกต ค้นประวัติไม่เข็ด หลอกขายของมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ออกจากคุกมาแล้วทำใหม่ เจ้าตัวรับ ติดพนันบอล


วันที่ 19 มิถุนายน 2564 ช่อง 3 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัว นายภัคภาคิน ปภาภรภิวัฒน์ อายุ 30 ปี หลังจากฉ้อโกงซื้อขายเซิร์ฟสเกต โดยมีการเปิดเฟซบุ๊กมากกว่า 20 แอคเคานต์ หลอกขายสินค้าทั้งเซิร์ฟสเก็ต นาฬิกา Mi watch คิดรวมเป้นมูลค่าหลายแสนบาท

ทั้งนี้ นายภัคภาคิน ยอมรับว่า ตนได้เอาเงินลูกค้าใหม่ ๆ มาหมุนเพื่อคินเงินให้ลูกค้าเก่า จนส่งสินค้าไม่ทัน อีกทั้งตนยังชอบเล่นพนันออนไลน์ ก่อนหน้านี้ นายภัคภาคิน เคยมีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ทั้ง เตชินท์ เเก้วสุทธิผล, ศุภพิชญ์ แก้วสุทธิผล จนถูกจับดำเนินคดีในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จำคุกตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2563 และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 แต่ไม่มีงานทำ จึงขายสินค้าบนเฟซบุ๊กแทน

หลังจากที่ต้องโทษแล้วออกมา นายภัคภาคิน ก็จะทำการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ถ่ายบัตรประชาชนใหม่ และก่อเหตุลวงเหยื่อใหม่ โดยเน้นขายสินค้าที่ฮิตในหมู่วัยรุ่น ก่อนหน้านี้นายภัคภาคินลวงเหยื่อมาแล้วกว่า 40 ราย แต่ละรายได้เงินไปหลายพันบาท และตำรวจอยู่ระหว่างการนำผู้เสียหายมาอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อเอาชื่อของ นายภัคภาคิน ไปค้นดู จะปรากฏชื่อในเว็บไซต์ของคนขายที่ฉ้อโกง ถูกแบล็กลิสต์ โดยมีรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายภัคภาคินย้อนไปตั้งแต่ปี 2018 ที่หลอกขายตั้งแต่หูฟัง รองเท้า นาฬิกา เสื้อยืด กระเป๋า มูลค่าตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงพันกลาง ๆ โดยมักจะตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาดครึ่งหนึ่ง แล้วเอารูปมาลงขายตามเฟซบุ๊ก

เมื่อเหยื่อติดต่อมาก็จะบอกว่าอยู่สุพรรณบุรี ไม่สะดวกไปรับเอง แต่จะส่งของให้ จนเหยื่อโอนเงินไปแล้วถึงรู้ว่าโดนหลอก โดยหากเหยื่อคนใดที่ถูกหลอกแล้วไม่เอาเรื่อง นายภัคภาคินก็จะบล็อกเฟซบุ๊ก บล็อกไลน์ แล้วไปหลอกคนใหม่

แต่หากเหยื่อคนใดเอาเรื่องด้วยการแจ้งความ นายภัคภาคินก็จะพยายามต่อรองและหาเงินมาคืน แลกกับการที่เหยื่อต้องลบโพสต์ออก ซึ่งล่าสุดพบว่า มีการตั้งกลุ่มบนเฟซบุ๊กเพื่อรวบรวมเหยื่อของนายภัคภาคินแล้ว

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ