ราชกิจจานุเบกษาแพร่ประกาศ ป.ป.ช. ตร.ระดับผู้บัญชาการสมัครเลขา ป.ป.ช.ได้!





ราชกิจจานุเบกษาแพร่ประกาศ ป.ป.ช. กำหนดคุณสมบัติ-วิธีการได้มา ‘เลขาธิการ’ คนใหม่ พบตำรวจระดับ ‘ผู้บัญชาการ’ สมัครได้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง คุณสมบัติและวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ.ศ. 2564 ลงนามโดยพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

โดยประกาศดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 148 และมาตรา 149 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบข้อ 25 ในระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงได้ประกาศและมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อให้มีคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. คือ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เคยดำรงตำแหน่งที่เคยดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งดังนี้ อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าอธิบดีตามกฏหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี , ข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี , ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี , ข้าราชการอัยการตามกฏหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอัยการจังหวัด รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี , ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บัญชาการและเป็นหัวหน้าส่วนราชการ หรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี , ข้าราชการทหารซึ่งดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมพระธรรมนูญมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

นอกจากนี้ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการไต่สวน และวินิจฉัยคดี หรือกฎหมาย หรือการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สิน หรือการป้องกันการทุจริต หรือการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการอื่นใดอันเป็นประโยชน์แก่การปฎิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. อย่างหนึ่งอย่างใดมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหาร ป.ป.ช. ระดับสูงของสำนักงาน ป.ป.ช. หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่ กปปช. กำหนด , ผ่านการประเมินสมรรถนะ หลักทางการบริหารของสำนักงานก.พ. หรือที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด

สำหรับคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้ง และกรณีที่เลขาธิการจะพ้นจากตำแหน่ง หรือพ้นจากราชการตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้เริ่มดำเนินการสรรหาเลขาธิการใหม่ภายใน 120 วันก่อนวันที่เลขาธิการจะพ้นจากตำแหน่ง และให้กรรมการสรรหาออกประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน กรรมการสรรหาจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความประพฤติ ประวัติการรับราชการ และให้มีการสัมภาษณ์ การแสดงวิสัยทัศน์

ให้กรรมการสรรหาเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาจำนวนไม่เกิน 3 ราย พร้อมระบุเหตุผลความเหมาะสมต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้พิจารณาเลือกผู้ที่เหมาะสมได้รับการแต่งตั้ง 1 ราย และเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

อ่านราชกิจจานุเบกษา : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/033/T_0006.PDF

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ