หมอธีระวัฒน์ยกเคสอิสราเอลล่าสุด ฉีดไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม สุดท้ายอาจต้องฉีดใหม่





หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เตือนไทยระวัง โควิดกลายพันธุ์จากอินเดียเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ชี้วัคซีนไฟเซอร์ก็อาจเอาไม่อยู่ หลังคนอิสราเอลฉีดครบ 2 เข็ม แต่ก็ยังติดได้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ศ. นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ถึงเหตุการณ์ที่ประเทศอิสราเอล ติดโควิด 19 รวดเดียว 4 คน ทั้งที่ทั้ง 4 คน ฉีดวัคซีนไฟเฟอร์ครบแล้ว นั่นหมายถึงว่าแม้คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนครบในสิ้นปีนี้ ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ ขนาดวัคซีนที่ได้รับการรับรองว่าเป็นตัวที่ดีที่สุดยังต้านไม่ไหว หากเจอเชื้อกลายพันธุ์ อย่างโควิดสายพันธุ์อินเดีย ฉะนั้นช่วงไตรมาส 3-4 อาจจะต้องฉีดใหม่

คุณหมอธีระวัฒน์ ระบุว่า จากการที่ประเทศอิสราเอล เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก ในการที่สามารถจัดหาวัคซีนและเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ทั้งสิ้น 9.19 ล้านคนได้สำเร็จ จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ กล่าวคือ มีคนอิสราเอลฉีดครบสองเข็มได้ 5.41 ล้านคน คิดเป็น 58.7 เปอร์เซ็นต์ และฉีดวัคซีนรวมนับคนที่ได้เข็มเดียวด้วย ได้มากถึง 62.4 เปอร์เซ็นต์

ทำให้สถานการณ์ของประเทศอิสราเอล ซึ่งใช้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบามาโดยตลอด เพื่อหล่อเลี้ยงให้ระบบเศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ แลกกับการที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จนประเทศอิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับที่ 29 ของโลก คือ ติดเชื้อ 838,407 คน หรือเกือบร้อยละ 10 ของจำนวนพลเมือง และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 6362 คน

ภาพจาก malazzama / Shutterstock.com

เมื่อมีวัคซีนเกิดขึ้น ทางการอิสราเอลจึงต้องจัดซื้อจัดหาโดยเร่งด่วน โดยยอมรับเงื่อนไขสองประการ คือ…

1. จัดซื้อด้วยราคาที่สูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก

2. ต้องยอมรับเงื่อนไขของบริษัทไฟเซอร์ ในการทำการวิจัยทดลองขนาดใหญ่กับคนอิสราเอล อันหมายรวมถึงการทดลองฉีดในเด็กอายุห้าขวบขึ้นไปด้วย

หลังจากที่ทางการอิสราเอลสบายใจมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง จากการเร่งระดมฉีดวัคซีนจำนวนมาก ถึงขั้นมีการประกาศให้ผู้ที่อยู่นอกบ้าน สามารถถอดหน้ากากได้นั้น ดูเหมือนความดีใจจะอยู่ได้ไม่นานแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล รายงานการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) จำนวน 41 ราย แบ่งเป็น เป็นคนต่างชาติ 21 ราย คนอิสราเอลที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 3 ราย ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีเด็กมากถึง 5 ราย และที่สร้างความวิตกกังวลให้กับรัฐบาลอิสราเอลมากก็คือ ในรายที่ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียดังกล่าว มีอยู่ถึง 4 รายด้วยกัน ที่ได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์แล้ว

ประเด็นดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะทางการอิสราเอลคาดหวังว่า เมื่อฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม จนได้ภูมิต้านทานหมู่แล้ว น่าจะสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ดีตามปกติ ทั้งการทำมาหากิน การผ่อนคลายวิถีชีวิต และการท่องเที่ยว การนำเข้าส่งออก แต่แล้วก็มาพบไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย ซึ่งถ้าทำให้ติดเชื้อเฉพาะคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าสามารถฝ่าด่านคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว ทำให้ติดเชื้อได้ ก็ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

การแถลงดังกล่าวเกิดขึ้น ในวันเดียวกับที่ผู้บริหารของบริษัทไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ซึ่งร่วมกับบริษัทไฟเซอร์ (PfizerBioNTech) กล่าวถึงความมั่นใจว่า วัคซีนของไฟเซอร์จะสามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียได้ เพียงแต่ขอรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

แต่ในวันที่ 30 เมษายน 2564 ห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทางการอิสราเอลก็รายงานว่า วัคซีนที่ฉีดให้ 4 คนนั้น ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียไปแล้ว และยังมีข่าวเพิ่มเติมอีกว่าทางการเวียดนาม ก็ตรวจพบผู้ติดไวรัสสายพันธุ์อินเดียอีกด้วย นั่นหมายความว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทย คือ อินเดีย นับเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตก มีบังคลาเทศและเมียนมากั้นอยู่ กับประเทศเวียดนามทางด้านตะวันออก ซึ่งมีลาวและเขมรกั้นอยู่ ได้พบไวรัสสายพันธุ์อินเดียเรียบร้อยแล้ว

คุณหมอทิ้งท้ายว่า ไทยจึงจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้เราเร่งฉีดวัคซีนจนครบในสิ้นปีนี้ได้ แต่ถ้ามีไวรัสกลายพันธุ์ที่วัคซีนเอาไม่อยู่ ก็จะเป็นปัญหาต่อไป

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ