สหภาพฯยื่นหนังสือนายกฯ ขอสามข้อรัฐช่วยอุ้มการบินไทยกลับมาเป็นรสก.





3พ.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสหภาพแรงงานการบินไทย(สร.กบท.) นำโดย นายสิทธิพันธ์ นวอัศวานนท์ ประธานสหภาพ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ร่วมกับนายภิญโญ เรือนเพชร ประธานคณะกรรมการผู้ประสานงานสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศแห่งประเทศไทย (ITF) ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้


1. ขอให้รัฐบาลพิจารณาเลือกแนวทางให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่สามารถค้ำประกันเงินกู้จำนวน 25,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทการบินไทย


2. ขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางนำบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อจะได้คงสิทธิต่างๆในฐานะสายการบินแห่งชาติที่รัฐต้องใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและสามารถแข่งขันในธุรกิจการบินของโลกได้


3. ขอให้รัฐบาลยกเลิกแนวคิดการจัดตั้งสายการบินแห่งชาติใหม่เพื่อทดแทนบริษัทการบินไทย


สหภาพแรงงานฯ มั่นใจว่าแผนฟื้นฟูที่จัดทำขึ้นโดยคณะผู้ทำแผนทั้งหมค การลดขนาดองค์กร ลดแบบ และจำนวนเครื่องบิน ลดจำนวนบุคลากร พนักงานเกินกว่า 96% สมัครใจให้ความร่วมมือปรับลดสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ พร้อมเข้าสู่โครงสร้างใหม่ เพื่อการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงในอนาคต และศักยภาพของหนักงานทุกคนที่มีความรักชาติ และภักดีต่อองค์กร รวมทั้งการคัดสรรผู้นำการบริหารแผนที่มีความสามารถ ชื่อสัตย์สุจริต เคร่งครัด ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริตคอรัปชั่นจะนำพาให้การฟื้นฟูกิจการภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลประสบความสำเร็จ กลับมาเป็นสายการบินของชาติ
ที่แข็งแกร่ง และยั่งยืน


ขณะเดียวกันทางด้าน ชุมชนสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย(จำกัด) หรือ ชสอ. ขอกราบเรียนว่า การสนับสนุนทางการเงินให้กับการบินไทยจำนวน 25,000 ล้านบาทดังกล่าว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของการบินไทย รวมทั้งส่งผลด้านเศรษฐกิจ แนวนโยบายแห่งรัฐในด้านต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยว การขนส่ง การจ้างงาน ซึ่งล้วนมีนัยสำคัญต่อรายได้ของประเทศ นอกจากนี้ หากการบินไทยไม่สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ รวมถึง ชสอ. และสหกรณ์สมาชิกได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพิจารณาเพียงสมาชิกของ ชสอ. และสหกรณ์ที่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ล้านราย และเมื่อรวม


ทั้งนี้ครอบครัวของสมาชิกจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 12 ล้านราย อีกทั้งเงินของสมาชิกส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นเงินออมจากการทำงานของสมาชิก ซึ่งบางสวนเป็นเงินของสมาชิกที่เกษียณจากการทำงานไปแล้ว และบางสวนเป็นเงินสมาชิกที่ยังทำงานอยู่แต่ก็ได้นำเงินออมของครอบครัวมานำฝากไว้กับ ชสอ. และสหกรณ์สมาชิก ความยังปรากฎว่า มีสหกรณ์สมาชิกบางรายได้นำเงินฝากส่วนใหญ่เข้าลงทุนในหุ้นกู้ของการบินไทยซึ่งหากการบินไทยไม่สามารถชำระหนี้คืนให้กับสหกรณ์สมาชิกดังกล่าวได้ สหกรณ์สมาชิกดังกล่าวย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และสหกรณ์ และสมาชิกบางราย ได้กู้ยืมเงินมาจากสถาบันการเงินของประเทศเพื่อนำมาให้กับสมาชิกกู้ยืม เมื่อสหกรณ์สมาชิกล้มละลายย่อมไม่อาจชำระเงินคืนให้กับสถาบันการเงินดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน การนี้ย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศที่มีนัยสำคัญยิ่ง


นอกจากนี้ หากฝ่ายรัฐมิได้ออกแนวนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินให้กับการบินไหยได้ทันก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 การนี้จะเกิดวิกฤติการขอถอนเงินจากสมาชิกของ ชสอ. และสหกรณ์สมาชิก รวมทั้ง สถาบันการเงิน ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เพราะเพียง ชสอ. และสหกรณ์สมาชิก อาจต้องขอเบิกเงินเพื่อนำมาเตรียมไว้ให้สมาชิกถอน ไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินฝากของ ชสอ. และสหกรณ์สมาชิก และอาจส่งผลให้สหกรณ์


ไม่สามารถให้สมาชิกถอนเงินได้อย่างทันท่วงทีก็จะหมดความเชื่อมั่นต่อสมาชิกซึ่งส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของขบวนการสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งระบบอีกด้วยด้วยเหตุที่ ชสอ. ได้กราบเรียนไว้ข้างตันต่อท่านนายกรัฐมนตรี ชสอ.และสหกรณ์สมาชิกจึงขอความอนุเคราะห์ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณา ให้การสนับสนุนทางการเงินกับการบินไทยเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทยในฐานะ สายการบินแห่งชาติ



ข่าวจาก : thaipost

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ