สธ.ชี้ หากต้องการให้โควิดหายขาด ต้องล็อกดาวน์3ปี-ตอบชัดวัคซีนอยู่ไหน?





เปิดใจอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้ หากต้องการให้โควิด 19 หายไปทั้งหมด ต้องล็อกดาวน์ 3 ปี พร้อมตอบปมปัญหาวัคซีน อยู่ที่ตรงไหน

วันที่ 15 เมษายน 2564 รายการโหนกระแส มีการเชิญ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มาสอบถามและให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับหลาย ๆ ประเด็น ทั้งในเรื่องมาตรการการควบคุมโรคโควิด-19 เรื่องวัคซีน และเรื่องอื่น ๆ มีประเด็นสำคัญดังนี้ โอกาสที่รอบนี้จะระบาดถึงหลักหมื่นต่อวัน

– การระบาดรอบนี้ เริ่มต้นจากหลัก 300 คนต่อวัน ดังนั้นเราจึงเอาตัวเลขมาคำนวณในเชิงระบาดวิทยาและโมเดลต่าง ๆ พบว่า ถ้าหากเราไม่มีมาตรการอะไรเลย ตัวเลขเมื่อผ่านไป 1 เดือนจะพุ่งถึง 2 หมื่นคนต่อวัน อีกทั้งการระบาดรอบนี้ การกระจายค่อนข้างเร็วเนื่องจากคนติดส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาว มีการเดินทางมากขึ้น และสายพันธุ์อังกฤษ มีความกระจายเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น แต่ความรุนแรงไม่แรงเท่า

มาตรการการจัดการรอบนี้ช้าไปไหม รวมถึงทำไมไม่ทำแบบสงกรานต์ปีที่แล้ว

– บางครั้งการตัดสินใจที่เหมาะสมค่อนข้างทำได้ยาก การผ่อนคลายเกินไปก็เสียสมดุล การล็อกเข้มเกินไปคนก็ลำบาก ฉะนั้นเราพยายามจับการระบาดได้เร็ว ทำให้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อีกข้อคือ มันเป็นสายพันธุ์อังกฤษ แพร่ระบาดได้ไว และมักระบาดกันตามเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพและปริมลฑล, เชียงใหม่

มีโอกาสต้องล็อกดาวน์มั้ย

– ไม่ล็อกเป็นจังหวัด แต่อาจล็อกเฉพาะบางพื้นที่ หรือถ้าสถานการณ์ดีขึ้น อาจจะไม่จำเป็นต้องล็อก ส่วนประเด็นที่คิดว่าตัดสินใจต่าง ๆ ช้ามั้ย ไม่ช้าแน่นอน

โควิด 19 อยู่กับเรามานานแล้ว ทางหน่วยงานมีแผนการรับมือไหม ตอนนี้เหมือนกับว่า ทุกครั้งที่ระบาดใหม่ต้องมานั่งแก้ปลายเหตุทุกครั้ง

– ทุกประเทศจะคล้าย ๆ กันหมด บางประเทศก็ยังระบาดอยู่ ซึ่งวิธีการที่ได้ผลที่สุดคือ การล็อกดาวน์ 3 ปี แต่ผลกระทบมันจะเป็นยังไง ผมก็ต้องชั่งใจ ถ้าอยากให้เชื้อเป็น 0 มาตรการที่ได้ผลที่สุดคือ ทุกคนก็ต้องอยู่บ้านล็อกดาวน์ตลอด 3 ปี มีคนส่งข้าวส่งน้ำ ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล และคนเครียด ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้ก็ต้องบาลานซ์ทั้งสองอย่างให้ดีที่สุด

เมื่อไหร่คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนเต็มเม็ดเต็มหน่วย

– เดือนมิถุนายนนี้ ตอนนี้สั่งลอตใหญ่ไปแล้ว 61 ล้านโดส ซึ่งสถานการณ์ทั่วโลกขาดแคลนกันหมด แถมต้องยอมรับด้วยว่าวัคซีนตอนนี้ยังวิจัยไม่เสร็จด้วยซ้ำ สังเกตหลายประเทศเริ่มไม่ให้ส่งออกแล้ว ส่วนปัญหาวัคซีนอยู่ตรงจุดไหน เราขาดตรงโรงงานผลิตวัคซีน ทำให้การวิจัยต่อยอดเป็นไปด้วยความลำบาก ไม่เหมือนสหรัฐฯ ยุโรป พวกเขามีโรงงานผลิตเอง

ตอนนี้เรามี 3 จุดประสงค์คือ หาวัคซีนให้เพียงพอ ราคาจับต้องได้ และต้องได้ของ ซึ่งตอนแรกที่ออกมาใหม่ ๆ เจอเข็มละ 1 พัน แถมบอกว่าของไม่ได้เจ๊ากันไป ดังนั้นเราจึงมองหาโรงงานผลิตเพื่ออนาคต ประจวบเหมาะกับแอสตร้าเซนเนก้า เขามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยพอดี ทำให้เราสั่งซื้อวัคซีนได้ 150 บาท ราคาถูกที่สุดในโลก คนไทยได้ใช้แน่นอน ถ้าหากฉีดไม่ได้เราก็จะไม่ส่งออก

นอกจากนี้ ช่วงมีการระบาดที่สมุทรสาคร เราก็ต้องหาเพิ่มเติม แต่ไม่ค่อยมีของและแพงมาก สุดท้ายเราได้ซิโนแวค ราคาประมาณ 500 บาท และส่งของได้ทันที คือได้เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส่วนพวกไฟเซอร์ โมเดอร์น่า บอกว่า ส่วนใหญ่จะได้เดือนกันยายน ซึ่งตอนนั้นเรามีแอสตร้าเซนเนก้าของเราแล้ว ยืนยัน เราไม่ได้ฉีดช้า เคยฉีดที่ภูเก็ตวันเดียวหลักหมื่นคน แต่ปัญหาที่มีคือ เราไม่มีวัคซีนให้ฉีด

ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใช่ไหม ที่จะใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แล้วจึงดีดวัคซีนยี่ห้ออื่นออกไปหมด

– ยืนยันว่าแอสตร้าเซนเนก้าของเราถูกที่สุด และองค์การอนามัยโลกยอมรับเป็นวัคซีนที่ดี ไม่ต่างจากวัคซีนอื่น ๆ

เตียงเพียงพอไหม ?

ดูภาพรวมทั้งประเทศไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลรัฐ แต่จุดที่มีปัญหาคือ กรุงเทพฯ โรงพยาบาลมีความซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน และห้องปฏิบัติการก็กระจัดกระจาย ทำให้เวลาพบผู้ติดเชื้อ ไม่สามารถหาโรงพยาบาลได้ แม้โรงพยาบาลมีเพียงพอ มีฮอสปิเทล ทำให้มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยได้เป็นหมื่นคน ตอนนี้กำลังปรับระบบ หลังจากนี้น่าจะดีขึ้น ปัญหาคลี่คลายลง

 
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ