เปิด 29 จังหวัด กักตัว เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงแนะเช็กมาตการจังหวัดปลายทางก่อน





29 จังหวัด กักตัว คนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง แนะเช็กมาตการจังหวัดปลายทางก่อน ย้ำรพ.เอกชนส่งต่อหากไม่มีเตียง ห้ามผู้ป่วยกลับไปกักตัวที่บ้าน

วันที่ 10 เม.ย.64 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ที่มีการเดินทางกลับบ้าน ขอความร่วมมือตรวจสอบประวัติเสี่ยงของตัวเอง หากเป็นนักเที่ยวมีประวัติไปสถานบันเทิง หากมีไข้ไอเจ็บคอ น้ำมูก ไปตรวจที่สถานพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ส่วนรพ.เอกชนถ้าอยู่ร่วมโครงการของสปสช.ก็ตรวจฟรี ซึ่งรัฐบาลให้งบสนับสนุนไป 3 พันล้านบาท งบถือว่าเพียงพอ สำหรับการเดินทางไปพบผู้สูงอายุที่เสี่ยงติดเชื้ออาการรุนแรง ขอให้ใส่หน้ากากทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สิ่งที่ช่วยประเทศขณะนี้ คือ การลดกิจกรรมที่เสี่ยงติดเชื้อ ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ใส่หน้ากากเวลาคุยกับคนอื่น อย่ากินอาหารร่วมกับคนหมู่มาก

หากจำเป็นต้องเดินทางข้ามจังหวัดขอให้ตรวจสอบมาตรการจังหวัดปลายทาง เพราะแม้ ศบค.จะไม่ห้ามการเดินทาง ไม่ต้องกักตัว แต่จังหวัดสามารถออกมาตรการเข้มกว่าได้ เพราะสถานการณ์แต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน มีจำนวนผู้ติดเชื้อและทรัพยากรดูแลการระบาดไม่เหมือนกัน จากการตรวจสอบกับเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยหลายจังหวัดมีประกาศให้คนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงกักตัว 29 จังหวัด ได้แก่

 
  • กำแพงเพชร
  • เชียงใหม่
  • ตาก
  • น่าน
  • พะเยา
  • เพชรบูรณ์
  • ลำพูน
  • อุทัยธานี
  • ชัยภูมิ
  • นครพนม
  • บึงกาฬ
  • บุรีรัมย์
  • มหาสารคาม
  • มุกดาหาร
  • ยโสธร
  • เลย
  • สกลนคร
  • หนองคาย
  • หนองบัวลำภู
  • อำนาจเจริญ
  • ชัยนาท
  • สระบุรี
  • ชุมพร
  • ตรัง
  • นราธิวาส
  • ปัตตานี
  • พังงา
  • สงขลา

ก่อนเดินทางไปจังหวัดไหนตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง เพราะการออกคำสั่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และย้ำว่าการเดินทางขอให้ใส่หน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน และเน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และขอความร่วมมือช่วยกันลดการระบาดโรคในวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์

“ตอนนี้ปิดผับบาร์คาราโอเกะเยอะแล้ว ขอให้หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง มีสถานที่แออัด ระบบระบายอากาศไม่ดี คนยัดเยียดข้างใน ไม่มีการใส่หน้ากากอนามัย มีการดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าไม่จำเป็นอย่าไป จะปลอดภัยทั้งตัวเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศไทย” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามถึงกรณี ไปตรวจ รพ.เอกชน แจ้งว่าเตียงเต็ม ให้ไปกักตัวเองที่บ้าน 14 วัน นพ.โอภาสกล่าวว่า ประเทศไทยมีนโยบายว่าผู้ติดเชื้อในไทยทุกคนเข้ารับการรักษาใน รพ. ไม่เอาอย่างต่างประเทศที่ติดเชื้อให้ไปกักตัวที่บ้าน

แต่รพ.เอกชนหลายแห่งมีการตรวจเยอะ ผู้ติดเชื้อมาก รพ.ไม่ใหญ่ก็เจอปัญหาเตียงเต็ม จาการหารือวันที่ 9 เม.ย.64 ชัดเจนว่าจะมีระบบส่งต่อใน รพ.เอกชนด้วยกัน หากส่งต่อไม่ได้ให้โทร.ไปยังศูนย์ส่งต่อกรมการแพทย์ 1668 เป็นจุดรับจัดการส่งต่อระหว่าง รพ.กับ รพ.

“ผู้ป่วยส่วนใหญ่ระลอกนี้อาการน้อยจึงจะใช้ระบบเหมือนครั้งก่อน โดยปรับระบบโรงแรมเป็นกึ่ง รพ. คือ Hospitel มีความสะดวกสบายระดับหนึ่ง มีระบบดูแลการแพทย์และสาธารณสุข หากอาการรุนแรงขึ้นมีการส่งต่อ ตอนนี้มีหลายพันห้องรองรับได้ ถ้าผู้ป่วยมากจริงๆ ก็มีการจัดเตรียม รพ.สนามใน กทม.ขึ้น แต่ผู้ป่วยขณะนี้ยังรองรับได้ ถ้าจำเป็นจะจัดตั้ง รพ.สนามเพิ่มเติม อย่างมหาชัยที่เคยตั้ง รพ.สนามก็ดูแลผู้ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย้ำว่าผู้ติดเชื้อไม่มีนโยบายอยู่ที่บ้าน” นพ.โอภาสกล่าว

 

ข่าวจาก : Khaosod Online

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ