ลุงอึ้ง! โร่แจ้งความสนง.คลัง ให้ไปหาเอกสารเมื่อ 26 ปีที่แล้ว มายืนยันรับบำนาญ





ลุงอึ้ง! โร่แจ้งความ ถูกสำนักงานคลัง ให้ไปหาเอกสารรายงานตัวไปปฏิบัติราชการที่รพ.ท่าลี่ เมื่อ 26 ปีที่แล้ว มายืนยัน เพื่อรับ เงินบำนาญ

นายกิตติเดช ศรีสุวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ สังกัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย ลาออกจากราชการ มีผลเมื่อวันที่ 1 ก.พ.64 ครั้งแรกได้ปฏิบัติราชการประจำโรงพยาบาลท่าลี่ อ.ท่าลี่ จ.เลย

ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ 3 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.38 จนถึงวันที่ 17 ก.ค.45 ซึ่งสำนักงานคลังเขต 4 จังหวัดอุดรธานี ยังไม่ได้พิจารณาจากเงินบำนาญรายเดือน เนื่องจากขาดหลักฐาน เป็นหนังสือรายงานตัวปฏิบัติราชการที่โรงพยาบาลท่าลี่ ในวันที่ 3 เม.ย.38 จึงขออุทธรณ์การรับเงินบำนาญ แต่ก็ไร้วี่แวว

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 มี.ค.64 ที่สภ.เมืองเลย จ.เลย นายกิตติเดช ศรีสุวรรณ พร้อม นางจันนิรา จันทร์สวัสดิ์ นำรายชื่อเพื่อนๆทั้ง 8 คน ที่เคยไปบรรจุราชการพร้อมกันที่โรงพยาบาลท่าลี่เมื่อปี 2538 ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน และลงบันทึกประจำวันไว้ว่า เนื่องจากปัจจุบันตนลาออกจากราชการ จากนี้ก็จะได้บำนาญ

แต่เนื่องจากว่าตนยื่นบำนาญไปที่สำนักงานคลังเขต4 อุดรธานีแล้ว เจ้าหน้าที่ขอเอกสารหลักฐานเพิ่ม คือหนังสือส่งตัวไปปฏิบัติราชการที่โรงบาลท่าลี่ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.38 ซึ่งผ่านมา 26 ปีมาแล้ว

นายกิตติเดช กล่าวว่า ตนขอร้องไปทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยและทางโรงพยาบาลท่าลี่ เพื่อให้ช่วยค้นหาเอกสารดังกล่าว ปรากฏว่าไม่สามารถค้นหาได้ เนื่องจากเวลาผ่านไปถึง 26 ปี แล้ว เอกสารทางราชการส่วนมากประมาณ 10 ปี เขาก็จะทำลายทิ้งหรือเอกสารสำคัญก็จะเก็บไว้ประมาณ 15 ปี เท่านั้น แต่นี่ 26 ปีผ่านไป ก็ไม่สามารถจะค้นหาได้ ก็เลยมาแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองเลยว่า เอกสารหนังสือส่งตัวเมื่อวันที่ 3 เม.ย.38 หายไป ซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับการรับเงินบำนาญ

โดยเงินส่วนหนึ่งจะหายไป เนื่องจากเอกสารที่ปรากฏในแฟ้ม กพ 7 ของราชการ จะเหลืออยู่เฉพาะวันที่ 22 พ.ย.38 ซึ่งจะขาดหายไปประมาณเดือนกว่าๆ ถึง 2 เดือน เงินเราก็จะหายไปประมาณเกือบ 1,000 บาท ต่อเดือน

จึงเดินทางมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะเงินจำนวนนี้ที่จะได้รับกับตัวเองและเพื่อนๆอีก 8 คน ในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์นี้หรือเพื่อนเกษียณ หากเขาต้องใช้หนังสือส่งตัว ใบนี้ด้วยมันก็จะไม่มีหลักฐานว่า จะหักค่าเงินเดือนเราไปอีก

“ซึ่งหากคำนวณต่อเดือน เงินจะหายไป 944 บาท หาก 30 ปี ก็จะประมาณ 300,000 กว่าบาท ซึ่งก่อนนี้ได้ทำหนังสือออกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยไปยังที่คลังเขต 4 อุดรธานี เขาก็ไม่รับเอกสารที่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.38 ไม่รับพิจารณา และหนังสือที่อดีตสาธารณสุขจังหวัดเลย นพ.วิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ในขณะนั้น เซ็นไว้ให้ตั้งแต่ปี 2544 ที่ว่าไปปฏิบัติราชการชายแดน และในวันราชการทวีคูณรับรองไว้ให้ เขาก็ไม่รับเอกสารเช่นกัน

โดยทางทางคลังเขต 4 บอกว่าจะต้องเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผมก็ไม่มั่นใจว่า จะให้ท่านผู้ว่าราชการคนไหนเป็นคนลงนาม ในเมื่อราชการตรงส่วนนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการนั้น สามารถออกหนังสือแทนได้ลงนามรับรองแทนได้ เพราะว่าได้รับอำนาจจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามรับรองได้” นายกิตติเดช กล่าว

นายกิตติเดช กล่าวต่อว่า ในวันนี้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าทางเราไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลท่าลี่นั้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย.38 สูญหาย เพื่อประกอบการเบิกจ่ายในส่วนของค่าบำนาญ โดยเพื่อนในสมัยนั้นทั้งหมดมี 8 คน ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน บางคนก็อยู่ที่ท่าลี่ และบางคนก็ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลอื่นๆ เช่น โรงพยาบาลเชียงคาน ไปอยู่เทศบาลเลิกก็ไปอยู่ต่างจังหวัดบ้าง แต่ทั้งหมดทุกคนใน 8 คนยังมีชีวิตอยู่ สามารถยืนยันตัวตนว่าไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลท่าลี่วันที่ 3 เม.ย.38 เป็นความจริง

ข่าวจาก : KhaosodOnline

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ