รพ.นครพิงค์ ผ่าตัดมะเร็งรังไข่ 25 กิโลกรัมได้สำเร็จ





สุดทึ่ง! ทีมสูตินรีแพทย์ รพ.นครพิงค์ ผ่าตัดมะเร็งรังไข่ขนาดยักษ์ 25 กิโลกรัม สำเร็จลุล่วง พร้อมเตือนมักไม่ค่อยแสดงอาการ แนะหมั่นสังเกตอาการตนเอง เช่น ท้องอืด, ปวดท้อง, เบื่ออาหาร และ คลำเจอก้อนในท้อง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลนครพิงค์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยให้เปิดเผยภาพและประวัติ ได้เปิดเผยข้อมูลการทำหน้าที่ของทีมสูตินรีแพทย์ ที่ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด “มะเร็งรังไข่” ขนาดยักษ์ น้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัม

โดยเพจโรงพยาบาลนครพิงค์ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 นำโดย พญ.อัญชลี ชัยนวล ได้ทำการผ่าตัด ผู้ป่วย หญิงไทย อายุ 43 ปี มีอาการท้องอืด ท้องโตขึ้นเรื่อยๆ มาประมาณ 5-6 เดือน คลำพบก้อนที่ท้องขนาดใหญ่ แพทย์ได้ทำการตรวจอัลตร้าซาวด์พบว่าเป็นก้อนขนาดใหญ่ที่รังไข่ จึงได้ทำการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออก (น้ำหนักก้อนเนื้องอก ประมาณ 25 กิโลกรัม) ผลการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หลังผ่าตัดพบว่าผลชิ้นเนื้อเป็นมะเร็งรังไข่ จึงได้ให้การรักษาต่อด้วยยาเคมีบำบัดและตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้โรงพยาบาลนครพิงค์ยังได้แผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งรังไข่ ดังนี้

มะเร็งรังไข่…..ภัยร้ายใกล้ตัวคุณผู้หญิง
เนื้องอกรังไข่ (Ovarian tumor) คือก้อนเนื้องอกที่เกิดขึ้นที่ตัวรังไข่ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เนื้องอกรังไข่ธรรมดา (Benign ovarian tumor) และ มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) โดยอาการเบื้องต้นของเนื้องอกรังไข่ทั้งสองชนิด มักมีอาการคล้ายกัน แต่การแยกให้ได้ว่าเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเป็นมะเร็งนั้นมีความสำคัญ เนื่องจากความรุนแรงและการพยากรณ์โรคต่างกัน โดยเนื้องอกรังไข่ธรรมดา รักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัด แต่สำหรับมะเร็งรังไข่นั้นหลังผ่าตัดอาจต้องมีการให้ยาเคมีบำบัดและรักษาต่อเนื่อง เพราะมีการลุกลามและสามารถกลับเป็นซ้ำได้

มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 6 ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในสตรีไทย และถ้านับเฉพาะของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี มะเร็งรังไข่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) และมะเร็งตัวมดลูก (Uterine Cancer) โดยอุบัติการณ์ของมะเร็งรังไข่คือ 5.7 ต่อประชากรสตรี 100,000 คนต่อปี พบได้ในสตรีทุกช่วงวัย แต่พบได้มากในช่วงอายุ 40-60 ปี (ข้อมูลจากสถิติมะเร็งปี 2562 และ Cancer in Thailand 2013-2015 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ)

 

สาเหตุของมะเร็งรังไข่ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยส่งเสริม โดยพบว่าสตรีที่มีภาวะดังต่อไปนี้ มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
– สตรีที่ไม่มีบุตร
– สตรีที่เคยเป็นมะเร็งที่เต้านม มะเร็งมดลูก และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
– มีประวัติญาติพี่น้องในครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่
– สตรีที่มีการตกไข่อย่างต่อเนื่องทุกเดือน ประจำเดือนมาถี่ หมดประจำเดือนหรือเป็นวัยทองช้า

 

อาการและอาการแสดง
– อาจไม่มีอาการ แต่แพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจหน้าท้อง หรือตรวจภายใน
– อาการอืดท้อง ปวดท้อง ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น อึดอัดแน่นในท้อง คลำได้ก้อนในท้อง เบื่ออาหาร
คลื่นไส้อาเจียน กินอาหารได้น้อย น้ำหนักตัวลด
– อาจมีอาการขับถ่าย หรือปัสสาวะลำบาก หากก้อนเนื้องอกไปกดเบียด

การวินิจฉัยและการรักษา
– การตรวจหน้าท้อง หรือตรวจภายในคลำพบก้อนในบริเวณท้องน้อย
– การตรวจด้วยเครื่องความถี่สูง หรือการตรวจอัลตร้าซาวด์ ช่วยบอกได้ว่ามีก้อนในท้อง ในรายที่ ตรวจร่างกาย หรือตรวจภายในไม่พบ
– เมื่อตรวจพบก้อนที่รังไข่ จะทำการผ่าตัดเอาก้อนออก โดยการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกธรรมดา หรือมะเร็งรังไข่นั้นจะทราบได้จากการตรวจชิ้นเนื้อ โดยทราบหลังผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์
– หากผลชิ้นเนื้อพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ หลังการผ่าตัดจะมีการให้ยาเคมีบำบัด ขึ้นกับระยะของโรคและชนิดของเนื้อเยื่อมะเร็ง และทำการตรวจติดตามใกล้ชิดต่อไป

การป้องกันและการตรวจคัดกรอง
– สังเกตอาการผิดปกติของตนเอง และปรึกษาแพทย์เมื่อพบอาการผิดปกติ
– ปัจจุบันมีการตรวจเลือดเพื่อหาค่ามะเร็งรังไข่ในเลือด เช่น ค่า CA-125 โดยการแปลผลต้องควบคู่กับการตรวจร่างกายและผลอัลตร้าซาวด์
– สำหรับสตรีที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ จะมีการตรวจเลือดเพื่อหาสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านม (BRCA gene) ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยการตรวจยีนนี้ยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงและสามารถตรวจได้ในบางโรงพยาบาลเท่านั้น
– การกินยาเม็ดคุมกำเนิด มีรายงานว่าช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งรังไข่ได้
– เนื่องจากมะเร็งรังไข่ในระยะแรก ๆ มักไม่มีอาการ และไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง การป้องกันจึงทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ รับการตรวจภายในหรือตรวจด้วยคลื่นความถี่สูง โดยแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: