ครม.เห็นชอบงบ5หมื่นล้าน พัฒนาร.ร.คุณภาพดีประจำตำบล8พันแห่ง





เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ครม.ได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยเห็นชอบงบประมาณของโรงเรียนคุณภาพดีประจำตำบล ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2563 – 2565 ในวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท แต่ทั้งนี้ก็จะพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง สำหรับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล มีจำนวน 8 พันกว่าโรงเรียนทั่งประเทศ แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 7 พันกว่าโรงเรียน และระดับมัธยมศึกษาประมาณ 1 พันกว่าโรงเรียน ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขั้นให้กับประเทศ โดยหลักของการลงทุนงบที่ใช้ส่วนใหญ่จะใช้เป็นค่าจ้างครูต่างชาติ


แต่ทั้งนี้ทั้งนั่นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เพราะหากโควิด-19 ยังไม่หายไปโอกาสที่ครูต่างชาติจะเข้ามาประเทศไทยก็ยังคงมาไม่ได้ ก็ต้องมาดูครูไทยที่เอกภาษาอังกฤษ เอกภาษาจีนที่มีความสามารถในการสอนก็สามารถทดแทนได้ซึ่งก็เป็นแผนงานชั่วคราว แต่ภายใน 3 ปีนี้ครูเราที่จบเอกภาษาอังกฤษ เอกภาษาจีนออกมาก็น่าจะมีศักยภาพที่จะมาแทนครูต่างชาติได้ ก็จะช่วยทำให้การใช้งบมีความเหมาะสม ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ครูที่จะเข้าในระบบให้มีรายได้ ส่วนงบอื่นๆ ประมาณ 2 หมื่นกว่าล้าน ในระยะ 3 นี้ ก็จะใช้ในการปรับสภาพของโรงเรียนคุณภาพดีประจำตำบลให้สามารถรองรับการขยายตัวของนักเรียนและเหมาะกับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งในปี 2564 จะหนักในการลงทุนด้านดิจิทัลตามหลักสูตรที่วางไว้ และในปี 2565 การลงทุนก็จะลดลง

“เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนและเสริมสร้างความสามารถศักทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในช่วงหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ เราต้องปรับในหลาย ๆอย่าง เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันให้ประเทศไทยในการรองรับการลงทุน ดังนั้น การเตรียมพร้อมของทรัพยากรบุคคล ศธ.จึงได้วางไว้แผนและวางรากฐานไว้ ซึ่งคงไม่สำเร็จภายใน 1 – 2 ปีนี้ แต่ถ้าฐานแข็งแรงก็จะทำให้ประเทศเรามีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งวันนี้เราเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของประเทศพอสมควรในหลายๆ เรื่อง ทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ การเตรียมความพร้อมด้านการเกษตร การเตรียมความพร้อมในอนาคตในเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราสามารถเน้นเพื่อสร้างประเทศไทยให้มีจุดเด่นตรงนั้น วันนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่าเราสามารถบูรณาการณ์การใช้ชีวิตในประเทศของเราเองได้ เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ส่วนจะดึงการลงทุนเข้ามาหรือคนสนใจการลงทุนธุรกิจประเภทไหนก็เห็นภาพที่ชัดเจน วันนี้เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆด้าน และได้มีการลงทุนเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และเรื่องโครงสง้างต่าง ๆเพื่อให้เป็นโรงเรียนคุณภาพดีประจำตำบล เป็นโรงเรียรที่มีคุณภาพจริงๆ ฉะนั้น การลงทุนต่างๆจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” นายณัฏฐพล กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ครม.ได้ย้ำว่า จากการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เตรียมมาตรการเพื่ออนุญาติให้สถานประกอบการบางประเภทเปิดให้บริการได้ แต่ยืนยันว่าโรงเรียนยังไม่มีความพร้อมที่จะเปิดเรียนในช่วงนี้ได้ ยังคงเปิดเรียนตามเป้าหมายเดิม คือวันที่ 1 ก.ค.2563

ข่าวจาก แนวหน้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ