เปิดใจแม่“ปู วิชชุดา” 30ปีที่ลูกตายจาก ลูกอีกคนยังมาตัดเยื่อใยด้วยคำ“ต่างคนต่างอยู่”





หากย้อนกลับไปช่วงเย็นของวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2536 ใครหลายคนอาจยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี “ปู วิชชุดา สวนสุวรรณ” นางเอกดาวรุ่งระดับแถวหน้าของวงการในยุคนั้น จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกระทันหันที่โค้ง 100 ศพกิ่งแก้ว ทุกวันนี้แม่ต้อย แม่ของนางเอกสาว ยังคงคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา และต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในบ้านหลังเก่า

วันที่ 28 ม.ค.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปหา แม่ต้อย ที่บ้านทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี ตามผนังห้องนอนของแม่ต้อยได้นำกรอบรูปของลูกสาวและลูกชายมาติดไว้เต็มห้อง บางครั้งแม่ต้อยก็ยังเปิดอัลบั้มนั่งมองรูปลูกสาวเพื่อดูต่างหน้ายามที่คิดถึง

นางกัญญา สวนสุวรรณ หรือ แม่ต้อย อายุ 66 ปี แม่ของ ปู วิชชุดา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ชีวิตในตอนนี้ยอมรับว่าลำบากมาก เพราะเงินเก็บหมดแล้ว เมื่อก่อนเคยรับจ้างทุกอย่าง เช่น รับเลี้ยงเด็ก แต่ตอนนี้อายุเยอะขึ้นจึงทำงานไม่ค่อยไหว ส่วนแฟลตย่านคลองจั่นที่เคยปล่อยให้เช่าในราคา 3,000 บาท ขณะนี้คนเช่าก็ย้ายออกไปแล้ว รายได้หลักขณะนี้มีเพียงเงินสวัสดิการจากรัฐบาลเพียง 600 บาท

นอกจากนี้ เมื่อปี 2558 ตนกับสามี ยังเคราะห์ร้ายซ้ำเป็นรอบ ที่ 2 หลังเสียลูกสาวไป ตนกับสามีกำลังจะเดินทางไปทำงานที่กองถ่ายหนัง และได้ประสบอุบัติเหตุ รถตู้เสียหลักตกเขา ขณะนั้นทางสามีได้รับบาดเจ็บ กระดูกร้าว ส่วนตนได้รับบาดเจ็บ ข้อมือหลุด แขนหัก กระดูกสันหลังหัก และก้นกบร้าว ทำให้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเฉย ๆ กินอะไรไม่ได้เลย และขยับไม่ได้นานกว่า 4 เดือน จนทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ เพราะต้องดามเหล็กที่กระดูกสันหลัง

ทั้งนี้ ยังรู้สึกว่า ปู วิชชุดา ยังคงวนเวียนไม่ไปไหน ด้วยความที่แม่ลูกกัน มีบ้างที่พูดขึ้นมาว่า “ไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่ดูแลแม่บ้าง” และยังเคยฝันเหมือนเดิมซ้ำ ๆ ว่า ตนกับลูกสาวไปเที่ยวกันแล้วหลงทาง โดยลูกสาวยังคงใส่ชุดนักศึกษา แต่ในฝันแทบจะพูดอะไรเลย พูดน้อยมาก และจำไม่ได้ด้วยว่าพูดคุยอะไรกัน


นอกจากนี้ ช่วง 2 ปีแรก ที่ลูกสาวเพิ่งจะเสียชีวิตเคยเห็นลูกสาว ในทำนองว่า ช่วงกลางดึก ขณะที่กำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ในลักษณะสะลึมสะลือ รู้สึกเหมือนกำลังเดินชนคน พอลืมตาขึ่นมาก็พบว่า เป็น ‘ปู วิชชุดา‘ ลูกสาว แต่พอขยี้ตาก็ไม่มีใคร และได้แต่สงสัยว่าตัวเองชนอะไร อีกทั้งยิ่งใกล้ ๆ ช่วงวันครบรอบที่ลูกสาวเสีย จะยิ่งสัมผัสถึงลูกสาวได้มากกว่าปกติ ยืนยันว่าไม่เคยยึดติดลูกสาวไว้ และไปทำบุญให้ตลอด

ทางด้านของลูกชาย นานมากแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน ซึ่งล่าสุดที่คุยกันคือ วันที่ 11 สิงหาคม 2559 โดยวันนั้นคุยกันทางโทรศัพท์ ลูกชายบอกเพียงว่า “ต่างคนต่างอยู่” เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว ก็เหมือนคนจะหยุดหายใจ เหมือนทุกอย่างมันเล็กลง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บอกว่า “แล้วแต่ เอาที่สบายใจ ความเป็นแม่ยังรักลูก ไม่ว่าลูกจะดีหรือเลว ก็รัก” ทำให้รู้สึกเหมือนเสียลูกไปอีกคนหนึ่ง เพียงแต่เสียกันคนละแบบ เจ็บคนละแบบ

ลูกชายเคยสัญญาว่า จะดูแลพ่อแม่ แต่พอมาทำเช่นนี้ ก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บมาก ทั้งที่คนเป็นพ่อแม่ไม่ได้หวังให้ลูกมานั่งดูแล แต่ในฐานะคนเป็นแม่ แค่อยากให้ลูกทักมาถามสารทุกข์สุขดิบบ้างเท่านั้น หากลูกชายกลับมาหา ก็พร้อมจะต้อนรับ แต่หากถามว่ารอไหม ตนก็ยังอยู่ที่เดิม หากกลับมาที่บ้านก็เจอ

 

นอกจากนี้ ในส่วนของคนที่บอกว่า ปู วิชชุดา กลับชาติมาเกิดเป็นหลานของตน ส่วนตัวแล้วคิดว่า หากกลับมาเกิดจริง ต้องนึกถึงงพ่อกับแม่ แต่หลานไม่เคยมาหาตนมาก่อน เลยไม่เชื่อว่าลูกสาวกลับชาติมาเกิด

 

ถึงแม้ชีวิตจะลำบากแค่ไหน ก็ได้แต่คิดว่า “มีกิน ทำไหวก็กินไป ทำไม่ไหว ไม่มีกินก็ไม่ต้องกิน ไม่ได้หวังให้ใครเข้ามาช่วยเหลือ ลูกเราเองยังไม่ช่วย และจะให้ใครมาช่วย” อย่างไรก็ตาม หากลูกสาวยังวนเวียนอยู่จริง ก็อยากให้ลูกสาวมาหา เพราะครั้งที่รถตกเขาตนนึกถึงลูกสาวคนแรก และร้องเรียกถึงลูกสาวในทำนองว่า “ปูช่วยพ่อกับแม่ด้วย” ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างก็วูบดับไปทันที

 

ข่าวจาก อมรินทร์ทีวี, ตีสิบ, คนอวดผี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ