ลูกจ้างป่าไม้ร้องศูนย์ดำรงธรรม โวยโดนเลิกจ้าง แฉมีการรีดเงินใต้โต๊ะ อ้างจะให้เป็นข้าราชการ





ลูกจ้างกรมป่าไม้กลุ่มนี้เขารวมตัวกันเข้าร้องเรียนแบบเปิดตัวเปิดหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่การตรวจสอบยังไม่คืบหน้า

ลูกจ้างกรมป่าไม้กลุ่มนี้สังกัดหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ ยะลา 1-3 (มี 3 หน่วย) จำนวน 12 คน เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีถูกเลิกจ้างจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ โดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีงบประมาณจ้างต่อ ทำให้พวกตนตกงาน แต่มาทราบภายหลังว่าทางหน่วยต้นสังกัดได้เปิดรับสมัครลูกจ้างรายใหม่ในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อทดแทนคนที่โดนเลิกจ้าง ซ้ำยังมีการเก็บค่าเข้าทำงาน เป็นเงินใต้โต๊ะคนละแสนกว่าบาท ขณะที่คนเก่าหากอยากทำงานต่อ ไม่ถูกเลิกจ้าง ก็ต้องจ่ายเงินเหมือนกัน พวกตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม จึงมาร้องเรียนให้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นในพื้นที่


นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต. บอกกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากลูกจ้างกรมป่าไม้แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนตามที่ได้ประสานไปยังต้นสังกัดของลูกจ้างเหล่านี้ ก็คือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส โดยเบื้องต้นได้สอบสวนลูกจ้างผู้เสียหายทั้ง 12 คนแล้ว และรอให้ต้นสังกัดชี้แจงกลับมา เพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

อดีตลูกจ้างป่าไม้กลุ่มนี้ได้ส่งตัวแทนเข้าร้องเรียนกับ “ทีมข่าวอิศรา” ด้วย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายมูฮัมหมัดซูกิฟลี อาแว อายุ 35 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตรวจป่า ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยะลา 3 (ป่าฮาลาบาลา) เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ปี 62 ตนถูกหัวหน้าบอกให้ออกจากงาน อ้างว่าไม่มีงบประมาณจ้างต่อ แต่หลังจากที่ตนออกแล้ว กลับมีเด็กใหม่เข้ามาทำงานแทนในตำแหน่งเดิมที่ตนเคยทำ จึงเข้าใจทันทีว่านี่คือการคัดคนเก่าออก เพื่อเคลียร์ตำแหน่งให้ว่าง แล้วให้คนใหม่เข้ามาพร้อมเงินใต้โต๊ะ

สาเหตุที่ตนทราบ เพราะตนและเพื่อนๆ ออีกหลายคนตอนที่เข้ามาทำงาน ก็มีการจ่ายเงินเบิกทางเข้ามาเหมือนกัน โดยหวังว่าในอนาคตจะได้บรรจุเป็นข้าราชการ ขบวนการนี้มีผู้นำในท้องถิ่นเป็นคล้ายๆ นายหน้าหาคน และเรียกเงิน 150,000 บาท อ้างว่าภายใน 1 ปีจะได้บรรจุเป็นข้าราชการ โดยก่อนบรรจุจะได้รับเงินเดือนลูกจ้าง 9,000 บาท บวกกับเงินเสี่ยงภัย และประกันสังคม ก็คิดว่าสบายแล้ว เก็บเงินใช้หนี้ให้หมด ก็จะได้รับราชการ แต่สุดท้ายถูกหลอก เพราะถูกให้ออก เงินก็เสียไปแล้ว

“ตอนนั้นผมต้องไปหากู้เงินแสนห้า พอกู้ได้ก็เลยแจ้งหัวหน้า นัดวันจ่ายเรียบร้อย แต่อยู่ๆ เขาก็มาบอกว่าข้างบนต้องการเงินด่วน ขอภายในวันนั้นวันนี้เลย เพราะมีคนที่ต้องการสมัครเข้าอีกเยอะ ผมก็ต้องไปหาเงินมาใหมม่ ทุกคนก็พยายามช่วยกัน ถึงขั้นไปยืมเงินนายกอบต. ยืมเงินชาวบ้านจนครบแล้วจ่ายให้ทันที โดยมีกำนัน แม่ และผมไปด้วยตอนที่จ่าย พอได้เงินมาก็นำเงินไปจ่าย นัดกันข้างนอกสำนักงาน”

“ผมเข้าทำงานวันที่ 5 เมษายน ปี 61 เดือนแรกได้เงินเดือน 9,000 บาท ไม่มีประกันสังคม ไม่มีเงินเสี่ยงภัย แต่ก็ยังมีความหวัง ทำงาน 1 ปีจะไดบรรจุ อดทนมาตลอด เงินเดือน 9,000 บาท หักไว้ 5,000 เพื่อจ่ายหนี้ เหลือ 4,000 ใช้จ่ายในแต่ละเดือน โชคดีที่แฟนผมขายลูกชิ้น มีลูก 2 คนแฟนรับผิดชอบ จนยืดมาได้ปีกว่า กระทั่งเขาบอกให้ออก เขาอ้างว่างบประมาณไม่พอ แต่ก็มีคนใหม่มาทำงานแทนที่แล้ว ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ทำอะไร หนี้ 5,000 ที่ต้องจ่ายทุกเดือนก็ยังไม่ได้จ่าย เครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร” นายมูฮัมหมัดซูกิฟลี เปิดใจ

อดีตลูกจ้างป่าไม้รายนี้ บอกด้วยว่า มีโอกาสได้คุยกับคนที่เพิ่งจ่ายเงิน 180,000 บาท เพื่อเข้าไปแทนตำแหน่งของพวกตน ทางหน่วยบอกว่าจะบรรจุให้ภายใน 3 เดือน แต่พอทราบเรื่องจากพวกตนก็ทำให้คนใหม่เครียด กลัวจะประสบชะตากรรมเดียวกัน วงการนี้มีการจ่ายเงินแบบนี้มานาน ในอดีตหลักหมื่น แต่ปัจจุบันหลักแสน

“ชาวบ้านในพื้นที่ถูกรังแกจากภาครัฐมาตลอด นี่คือหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง อยากให้ผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง ขอให้หยุดและให้ความเป็นธรรมกับพวกผมด้วย อยากฝากเสียงเล็กๆ นี้ส่งถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย” หนึ่งในอดีตลูกจ้างป่าไม้ กล่าว

ด้าน นายลุกมาน ยีเร็ง อายุ 36 ปี อดีตลูกจ้างป่าไม้อีกคน สังกัดหน่วยป้องกันรักษาป่า ยะลา 3 ลำพะยา เล่าชะตากรรมของตนเองว่า ตอนที่รู้เรื่องถูกให้ออก เข่าทรุดเลย ตอนกลางคืนยังเข้าเวรอยู่ พอตอนเช้าหัวหน้าบอกว่าให้หยุดทำงานก่อน เพราะหน่วยไม่มีเงินจ้างต่อ แต่ตนรู้ทันทีว่าตนคือหนึ่งในคนที่จะต้องออก เพราะหัวหน้าต้องทำให้ตำแหน่งว่าง เพื่อเอาคนใหม่เข้ามา แล้วเรียกเงินใต้โต๊ะ ส่วนตนนั้นเข้ามาทำงานเกือบ 10 ปีแล้ว ยุคนั้นยังไม่มีจ่ายเงิน แต่หลังจากนั้นเห็นวงจรนี้ทุกปี

“ตอนนี้ผมไม่มีงานทำ ภรรยาเพิ่งคลอดลูกคนที่ 3 อายุแค่ 18 วัน คนที่ 2 อายุ 1 ขวบ ส่วนคนโตอายุ 5 ขวบ บอกตรงๆ ว่าเครียด เพราะเป็นเรื่องโหดร้ายมาก มองหน้าลูก มองหน้าภรรยาแล้วร้องไห้ทุกครั้ง อยากให้อธิบดีกรมป่าไม้และนายกรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมด้วย” อดีตลูกจ้างป่าไม้ กล่าว

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ จากหน่วยงานต้นสังกัดของอดีตลูกจ้างป่าไม้เหล่านี้ โดยทางทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีใครยอมให้สัมภาษณ์

ข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ