“หนุ่ย หน้าลาย” ประกาศขอออกจากมุมมืด ลบรอยสัก บวชล้างบาปแทนพ่อ ไม่เกี่ยงงาน ใครจ้างอะไร ไปได้หมด!





“หนุ่ย หน้าลาย” ลูกชายสมคิด พุ่มพวง ขอเดินออกจากเงามืดของผู้เป็นพ่อ ย้ายมาอยู่กับครูหน่องที่อุดรฯ มีคนใจดีพาไปลบรอยสักบนใบหน้า จะบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับเหยื่อทั้ง 6 คนของพ่อ พร้อมเป็นวิทยากรบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตเร่ร่อน

กรณี นายเพชรสยาม เจนหัตถ์นามเสนา หรือ ครูหน่อง อายุ 55 ปี อดีตเจ้าของบ้านเด็กแสงตะวันสำหรับเด็กเร่ร่อน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่นายจาตุรงค์ พุ่มพวง อายุ 30 ปี หรือ หนุ่ย หน้าลาย ลูกชายนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ฆาตกร 6 ศพ ให้ความเคารพเหมือนพ่อ และเป็นพ่อบุญธรรม ได้โพสต์ข้อความและภาพขณะพูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับ นายจาตุรงค์ ทาง Messenger เฟซบุ๊ก ท่ามกลางความดีใจของครูหน่อง

สำหรับข้อความของหนุ่ย ที่ติดต่อกับครูหน่อง ที่หนุ่ยไว้ใจและเชื่อใจที่สุดในขณะนี้ โดยครูหน่องได้บอกหนุ่ยว่า ไม่มีใครซ้ำเติม ทุกคนให้กำลังใจ ทุกคนอยากให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีชีวิต มีอนาคตที่ดี ซึ่งได้ส่งข้อความตอบกลับมาว่า “ผมโตมากับพ่อ ไม่ได้โตมากับสมคิด” ก่อนจะเดินทางไปรับที่บ้านเช่าพัทยา กลับมาอยู่ด้วยกันที่ จ.อุดรธานี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายจาตุรงค์ พุ่มพวง หรือ หนุ่ย หน้าลาย อายุ 30 ปี ที่ร้านกาแฟบิยอน ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยหนุ่ยเดินทางมาพร้อมกับ นายเพชรสยาม เจนหัตถ์นามเสนา หรือ ครูหน่อง และ น.ส.หยก อายุ 18 ปี แฟนสาว เพื่อเปิดใจหลังออกจากมุมมืด ขอโอกาสสังคม แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกชายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ซึ่งนายหนุ่ยยังมีสีหน้าวิตกกังวล หลบสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา และจำได้ว่าเขาคือ หนุ่ย หน้าลาย ลูกชายสมคิด

หนุ่ย กล่าวว่า ตนโตมาจากสถานสงเคราะห์ตั้งแต่ 3 ขวบ และบ้านเด็กแสงตะวันของพ่อหน่อง ได้ขอให้พ่อหน่องไปรับกลับอุดรธานี เพื่อมาขอทำบัตรประชาชน เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยทำบัตรประชาชนเลย จากนั้นจะไปลบรอยสัก โดยมีผู้ใจดีช่วยเหลือค่าลบรอยสัก และค่าเดินทาง ซึ่งต้องไปลบที่ร้านในกรุงเทพฯ คงต้องทำหลายครั้ง ทั้งนี้เพราะไม่ให้เป็นจุดเด่นผู้คน อีกอย่างน้องๆ รุ่นหลังจะได้ไม่เอาเป็นแบบอย่าง เพราะรอยสักจะอยู่กับเราไปจนตาย

หนุ่ย กล่าวด้วยว่า เมื่อทำบัตรประชาชน ลบรอยสักแล้ว ก็ได้ตั้งใจไว้ว่าจะบวชให้กับเหยื่อของพ่อทั้ง 6 ศพ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของพ่อ อย่างน้อยก็ได้ไถ่บาปในสิ่งที่พ่อได้ทำไว้ ส่วนสังคมเรียกร้องให้พ่อถูกลงโทษขั้นสูงสุด หรือประหารชีวิตนั้น หากกระบวนการยุติธรรม หรือศาลพิพากษาเช่นไรก็รับได้ ในฐานะที่เป็นลูก ก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา แต่ไม่โกรธสังคม เพราะสังคมให้โอกาสพ่อแล้ว แต่พ่อกลับไปทำอีก แต่พ่อคงไม่มีโอกาสออกมาจากเรือนจำอีกแล้ว


“ที่ผ่านมาผมเป็นเด็กเร่ร่อน ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่มาตั้งแต่เด็ก ด้วยสังคมของเด็กเร่ร่อนทำให้ทำอะไรที่ผิดพลาดไป ตอนนี้ผมขอยืนยันกับสังคมว่า ผมกลับตัวกลับใจแล้วขอเป็นคนดีของสังคม โดยการเดินทางมา จ.อุดรธานี ครั้งนี้เพื่อมาอยู่กับครูหน่อง ที่เป็นพ่อบุญธรรมเคยดูแลตอนเด็กๆ จากนี้ไปก็ฝันอยากเป็นช่างเชื่อม เปิดร้านเล็กๆ ที่ จ.อุดรธานี อยู่กับภรรยา”

ด้าน นายเพชรสยาม เจนหัตถ์นามเสนา หรือ ครูหน่อง กล่าวว่า เนื่องจากหนุ่ยไม่เคยทำบัตรประชาชนเลย แต่มีการแจ้งเกิด และมีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แต่ต้องสืบประวัติ ซึ่งจะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่บ้านเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า ที่ จ.ขอนแก่น และหนองคาย ซึ่งหนุ่ยเคยอยู่และทำประวัติ ถ่ายรูปหนุ่ยเอาไว้ มาเป็นพยานและรับรองในการทำบัตรมีประวัติ เสร็จแล้วจะไปลบรอยสักที่ใบหน้า เพราะจะได้ไม่ต้องเป็นจุดเด่น และบวชให้เหยื่อที่ถูกนายสมคิด พุ่มพวง ฆ่าทั้ง 6 ศพ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล และไถ่บาปให้พ่อด้วย จะบวชกี่วัน กี่เดือน ก็แล้วแต่หนุ่ย เพราะจะไม่กำหนดกฎเกณฑ์ เอาตามที่หนุ่ยจะครองผ้าเหลืองได้

“ถึงตอนนี้หนุ่ย ไม่ต้องหลบซ่อนอีก เขาสามารถเดินออกมาโลกภายนอกได้ แม้ว่าจะมีผู้คนจำเขาได้ว่าเป็นลูกชายสมคิด พุ่มพวง และหนุ่ยเคยหลงผิดมาก่อน แต่คนในสังคมเข้าใจและให้โอกาส มีผู้ใจดีพาไปลบรอยสักฟรีจนกว่าจะหมด มีผู้ใจดีให้เงินเป็นค่าเดินทางไปลบรอยสัก มีหน่วยงานเกี่ยวกับยาเสพติด ติดต่อมาหาเพื่อให้หนุ่ยไปเล่าประสบการณ์และการกลับตัวกลับใจ มีมหาวิทยาลัยติดต่อมาให้หนุ่ยไปเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตเร่ร่อน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ หรือบทเรียนให้กับน้องๆ เยาวชน ซึ่งหนุ่ยก็ยินดีไปทำงานเพื่อตอบแทนสังคมที่ให้โอกาสหนุ่ยเช่นกัน

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังอยู่ระหว่างลบรอยสัก หนุ่ยต้องการทำงานหารายได้ไปด้วย เพราะต้องดูแลแฟนสาวที่คอยเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างในยามลำบาก หากใครต้องการช่างต่อเติมบ้าน หรือซ่อมแซมบ้าน สามารถเรียกใช้หนุ่ยได้ เพราะหนุ่ยเคยทำงานกรรมกรก่อสร้าง จนมีความชำนาญในงานปูน งานเชื่อม และมีทีมงานพร้อมรับจ้าง สามารถโทรศัพท์ติดต่อครูหน่องได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080-9092350 หรือ 085-8532452 

ข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ