“พ่อปารีณา” ลั่น คลิปคล้ายชนแล้วหนีเป็นการตัดต่อ เพื่อทำลายชื่อเสียง





จากกรณีนายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี ขับรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์ นายปกิต ปรางค์จันทร์ อายุ 16 ปี แล้วหลบหนี บริเวณสี่แยกสะพาน12 ปันนา ถนนโรงพยาบาลโพธาราม บ้านฆ้อง เขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

โดย นายทวี ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เห็นนั้น เป็นการตัดต่อจากผู้ไม่หวังดี หรือฝั่งตรงข้ามเพื่อทำลายชื่อเสียงตัวเอง พร้อมพูดถึงโลกโซเชียลขณะแถลงข่าวว่า “สังคมโซเชียลนรก สังคมบัดซบ สังคมไทยจะอยู่ได้อย่างไรแบบนี้ สังคมโซเชียล สร้างสัมคมที่วิบัติ” หลังจากที่ลงคลิปในลักษณะที่ว่าตำรวจขับรถตามรถตัวเอง เพราะกำลังจะขับหนี ซึ่งในความเป็นจริงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะตัวเองเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในจังหวัดราชบุรี และที่ผ่านมาก็ทำแต่ความดี ช่วยเหลือผู้อื่น

 

ส่วนประเด็นที่ว่าตัวเองเจตนาที่จะหลบหนีตั้งแต่ชนครั้งแรก เพราะไม่ยอมรถรถลงมาดูผู้บาดเจ็บแต่กลับขับรถออกไป จนพลเมืองดีต้องขับรถตามไปสกัดและตามกลับมาดูคนเจ็บนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะตัวเองขับรถไปที่กลับรถระยะทางแค่ประมาณ 40 เมตร ไม่ใช่ 300 เมตรตามที่เป็นข่าว เพื่อกลับไปดูผู้บาดเจ็บ และยอมรับผิดตั้งแต่แรก โดยเบื้องต้นได้ให้เงินค่าทำขวัญไป 10,000 บาท ค่าซ่อมรถจักรยานยนต์อีก 3,900 บาท โดยที่ฝั่งคู่กรณีไม่ได้ร้องขอ พร้อมกล่าวขอบคุณที่ให้เยอะขนาดนี้

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ที่บริเวณสี่แยกสะพาน 12 ปันนา ถนนโรงพยาบาลโพธาราม บ้านฆ้อง เขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม โดยจุดเกิดเหตุเป็นสะพานข้ามคลองชลประทาน เป็นถนนเส้นหลักที่จะเข้าตัวอำเภอ โดยผู้เหตุการณ์ และกู้ภัยสว่างราชบุรี ที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อวาน ยืนยันว่า นายทวี มีลักษณะคล้ายจะขับรถหนีจริงๆ ถ้าพลเมืองดีไม่ขับตามไป และรถกู้ภัยไม่สกัดรถเบนซ์ที่ก่อเหตุไว้ป่านนี้น้องที่ถูกชน คงเจ็บตัวฟรี

นอกจากนี้ภายในที่เกิดเหตุยังพบร่องรอยที่ นายทวี ได้ขับรถเฉี่ยวชนประตูเหล็กของชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังพยายามจะขับรถออกไปอีกครั้งขณะที่กำลังรอเจ้าหน้าที่มาจุดเกิดเหตุ จนเกือบเชี่ยวชนกู้ภัยกับชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้น โชคดีที่หลบได้ทัน

ขณะที่ นายปกิต ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เกิดเหตุเมื่อวานช่วงเที่ยง ตัวเองขับรถมาทางถนนสายโรงพยาบาลโพธาราม บ้านฆ้อง เพื่อข้ามสะพานคลองชลประทานไปรับพ่อที่ทำงานอยู่โรงเลื่อยในตัวอำเภอ ขณะที่กำลังจะถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆรถของ นายทวี ก็ขับมาเส้นถนนเลียบคลอง แล้วชนเข้าอย่างจัง จนตัวเองกระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตร ส่วนรถจักรยานยนต์ก็ไถลไปกว่า 20 เมตร ตามร่างกายมีแผลถลอกหลายจุด โชคดีที่กระดูกไม่หัก

ส่วนที่นายทวี จะขับรถหนีไหมนั้น นายปกิต บอกว่า ไม่ทราบเจตนาของนายทวี แต่ที่เห็นตอนแรก นายทวีไม่ได้จอดรถดูตัวเองแต่กลับขับออกไปทันที ซักพักก็มีคนขับรถตาม หลังจากนั้นตัวเองก็ไม่ทราบว่าเกิดไรขึ้นเพราะเจ็บแผล

ในส่วนของคดีความนั้น ได้สิ้นสุดแล้ว เนื่องจาก นายทวียอมรับผิด โดยเสียค่าปรับ 500 บาท ข้อหาขับรถประมาท ส่วนคู่กรณีก็ไม่ได้ติดใจเอาความเพราะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และนายทวี ได้ให้ค่าทำขวัญและค่าซ่อมรถเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ทีมข่าวสังเกตุว่าไฟจราจรที่มีอยู่เดิมใช้งานไม่ได้ และยังไม่มีการซ้อมแซมหรือติดตั้งใหม่ ทั้งๆที่ถนนเส้นนี้เป็นสายหลักเข้าสู่ตัวอำเภอโพธาราม และแต่ละวันก็จะมีรถสัญจรไปมาจำนวนมาก.

ข่าวจาก ข่าวช่องวัน, ไทยรัฐออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ