กสทช.ยกเลิกเน็ตชายขอบทีโอที เล็งหาบริษัทใหม่มารับช่วง





กสทช.จะไม่ทน เน็ตชายขอบทีโอที ทำประชาชน 3,920 หมู่บ้านเดือดร้อน เหตุต้องรอเปิดให้บริการพร้อมกันแต่ทำไม่ได้ ลั่นส่งหนังสือยกเลิก และ ติดแบลคลิสต์ ทันที ให้เวลา 7 วัน ตั้งคณะทำงานเจรจาร่วมกัน เพื่อหาบริษัทใหม่เข้ามาทำงานแทน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า 4 ต.ค.2562 สำนักงานกสทช.ได้ส่งหนังสือยกเลิกสัญญาบริการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (โซนซี+) ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลประกวดราคา 3 สัญญาวงเงินรวม 6,486,399,926 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และห้ามทีโอทีเข้าร่วมประมูลโครงการเน็ตชายขอบของกสทช.ที่จะจัดประมูลใหม่ทดแทนโครงการที่ทีโอทีทำไม่สำเร็จ อันเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

สำหรับโครงการ 3 สัญญา ประกอบด้วย 1.โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภาคเหนือ 2 มูลค่าโครงการ 2,103,800,000 บาท 2.โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมูลค่าโครงการ 2,492,599,999 บาท และ 3.โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) มูลค่าโครงการ 1,899,999,927 บาท เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบโครงการได้ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2562 หลังจากที่มีการเจรจาขอขยายระยะเวลากับกสทช.มาแล้ว ซึ่งที่จริงแล้วต้องส่งมอบโครงการตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 2561

ทั้งนี้ขอให้ทีโอทีตั้งคณะทำงานเข้ามาเจรจากับกสทช.ภายใน 7 วัน เพื่อดูพื้นที่อย่างละเอียดว่าโครงการในพื้นที่ส่วนไหนที่สามารถตรวจรับงานได้ หรือ ไม่ได้บ้าง ยกเว้นพื้นที่อุทยาน ที่กสทช.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ทีโอทีดำเนินการได้ จะไม่ถูกนำขึ้นมาพิจารณา เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของกสทช. ทำให้ ณ วันที่หนังสือยกเลิกดังกล่าวออกไป ค่าปรับในการส่งมอบโครงการล่าช้าหยุดอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท ทันที จากนั้นจะนำพื้นที่ที่ยกเลิกสัญญาไปประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์กับรายอื่นต่อไป หากราคาประมูลเกินกว่ามูลค่าที่ทีโอทีประมูลได้ ทีโอทีต้องรับผิดชอบส่วนต่างแทน

“เราต้องการให้มันชัดเจน การที่ทีโอทีทำงานไม่เสร็จ ขณะที่รายอื่นเสร็จตามกำหนด ทำให้ กสทช.ไม่สามารถเปิดบริการโครงการนี้พร้อมกันทุกพื้นที่ 3,920 หมู่บ้าน ในเดือน พ.ย.นี้ได้ กระทบประชาชากว่า 50,000 ครัวเรือน ประชาชนจะไม่เข้าใจ และคิดว่าเกิดความเหลื่อมล้ำ หากเปิดเฉพาะพื้นที่ที่เสร็จ ส่วนนโยบายให้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้านเดือนละ 200 สำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยที่แจ้งรายชื่อเข้ามา ก็ยังใช้บริการไม่ได้ เราก็ต้องเร่งหารายใหม่เข้ามาทำงานให้เร็วที่สุด เพราะเราต้องการให้ประเทศไทยมีอินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั่วประเทศไปพร้อมๆกับการให้บริการ 5G ภายในปลายปี 2562-ต้นปี 2563 ” นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวต่อว่า โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของทีโอที ไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องสเปคของไฟเบอร์ออพติก ที่ทำไม่ตรงกับทีโออาร์ ที่ระบุว่าให้ใช้ของผู้ผลิตภายในประเทศ แต่ทีโอทีกลับใช้ของประเทศจีน แม้ว่าราคาถูกกว่า แต่หากไม่ตรงกับทีโออาร์ ก็ไม่สามารถปรับให้ได้ ดังนั้นขอให้ทีโอทีเข้ามาเจรจาหากต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดคาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 200 กว่าล้านบาท เพื่อให้สามารถตรวจรับงานได้และได้เงินค่าโครงการไปซึ่งคุ้มค่ามากกว่าปล่อยให้ยกเลิกสัญญา เพราะทีโอทียังไม่ได้รับเงินจากการทำโครงการเลย ได้รับเพียงเงินจ่ายล่วงหน้าสัญญาเพียง 5% คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท ส่วนเรื่องอาคารยูโซ่ ที่ต้องสร้างจำนวน 371 แห่งนั้น ทีโอทีสร้างเสร็จเพียง 16 แห่ง คณะกรรมการตรวจรับงานได้ 3 แห่ง เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน ก็ต้องมาเจรจากันว่าจะทำอย่างไร หรือ จะยกเลิกหารายใหม่เข้ามาทำ

อย่างไรก็ตาม กสทช.ได้ให้โอกาสทีโอทีในการขยายระยะเวลาแล้ว แต่เมื่อทีโอทีทำไม่ได้โครงการนี้มีข้อตกลงคุณธรรมอยู่ ซึ่งเมื่อลงนามในข้อตกลงแล้วจะมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเข้าร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การลงพื้นที่ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การดำเนินงานตามสัญญา และการส่งมอบงาน ดังนั้นกสทช.จึงต้องยกเลิกสัญญากับทีโอที

ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ