“ปิยบุตร” อภิปรายร่ายยาวความสำคัญถวายสัตย์ จี้ “บิ๊กตู่” ลาออกจากนายกฯ





ถ่ายทอดสดรัฐสภาในช่วงสายของวันนี้ “ปิยบุตร” อภิปรายร่ายยาวกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ แตกประเด็นความสำคัญ พร้อมตั้งชื่อโรคใหม่ “ไม่แยแสรัฐธรรมนูญ” จี้ “ประยุทธ์” ลาออก

เมื่อเวลาราว 11.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 2562 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ในประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้หยิบหยกขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่ถูกประท้วง และไม่ได้คำตอบที่กระจ่างชัด พร้อมรับผิดชอบเรื่องที่พูด แต่ไม่มั่นใจว่านายกฯ กล้ารับผิดชอบการกระทำหรือไม่ ถ้ายอมรับวันนั้นปัญหาจะเบาบาง แก้ปัญหาได้ทันท่วงที และคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้ง การถวายสัตย์ปฏิญาณทุกครั้งที่ผ่านมา ต้องมีคำว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ทำให้ฝ่ายค้าน 7 พรรค ต้องขอเสนออภิปราย การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. จากอำนาจของประชาชน เพื่อประโยชน์ประเทศ และต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่

ประเด็นความสำคัญของการถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ปฏิญาณตนก่อนรับหน้าที่ เพราะการถวายสัตย์มีความสำคัญ 3 ประการ คือ 1. การถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนรับตำแหน่งหน้าที่ 2. การถวายสัตย์ปฏิญาณ คือการยืนยันหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และ 3. การถวายสัตย์ปฏิญาณ คือการให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์และต่อประชาชน ต่อมา นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พลังประชารัฐ ประท้วงว่า คำว่าฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวส่อเสียดใส่ร้ายขอให้ถอน ซึ่ง นายปิยบุตร ชี้แจงว่ามีการอ้างอิงจากเอกสาร ไม่ได้ระบุว่าใครฉีกรัฐธรรมนูญ อย่าร้อนตัว พร้อมยกข้อความจากหนังสือ หลังม่านการเมือง ของนายวิษณุ เครืองาม มาอ้างอิงด้วยในหลายครั้ง

นายปิยบุตร ได้อภิปรายต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยมีโอกาสนำถวายสัตย์ปฏิญาณทั้งสิ้น 5 ครั้ง ทุกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีอ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณจากบัตรแข็งที่สำนักนายกรัฐมนตรีเตรียมไว้ จนกระทั่งวันที่ 16 ก.ค. 2562 มีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 161 จะเกิดผลตามมาในอนาคตต่อนายกรัฐมนตรีคนต่อไปว่าไม่ต้องกล่าวให้ครบหรือไม่ พร้อมกันนี้ นายปิยบุตร ให้ความเห็นส่วนตัวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งในอาการของ “โรคไม่แยแสรัฐธรรมนูญ” และ “โรคไม่รับผิดชอบขาดความเป็นผู้นำ” 


ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่ง นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงว่าไม่อยู่ในประเด็น ไปพูดเรื่องต่ออำนาจ ส่วน นายสายัณห์ ก็ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า นายปิยบุตร พูดแต่เรื่องรัฐประหารหลายครั้ง โดย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวเตือนให้ นายปิยบุตร อยู่ในประเด็น

จากนั้น นายปิยบุตร ได้เข้าสู่การสอบถามข้อเท็จจริง 4 ข้อถึง พล.อ.ประยุทธ์ และนายวิษณุ ดังนี้ 1. นายกรัฐมนตรีได้อ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณจากกระดาษแข็งนั้น เตรียมมาเองใช่หรือไม่ เพราะเหตุใดจึงไม่อ่านจากที่เตรียมให้ 2. หากมีรัฐมนตรีคนหนึ่งลาออก ต้องนำรัฐมนตรีคนใหม่เข้าเฝ้าฯ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวนำด้วยข้อความอย่างไร ถ้อยคำตามมาตรา 161 หรือตามที่เคยกล่าวไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา 3. ถามความเห็น นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ หากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน มีความเห็นอย่างไร ทำได้หรือไม่ และ 4. ถามนายวิษณุ ในฐานะที่เข้าร่วมการถวายสัตย์ปฏิญาณหลายครั้ง เคยเห็นนายกรัฐมนตรีคนใดทำแบบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ มีความเห็นว่าทำได้หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ 

ส่วนข้อเสนอแนะนั้น นายปิยบุตร ได้กล่าวในช่วงท้ายว่า นายกรัฐมนตรีนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ พร้อมขอเรียกร้องให้ นายวิษณุ กลับมาเป็นคนเดิม ยุติการให้ความเห็นความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากเรือแป๊ะ ออกมาอยู่ในความยุติธรรม “ผมไม่ต้องการทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ คนเก่า และ พล.อ.ประยุทธ์ คนใหม่แล้ว ผมไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการถวายสัตย์การปฏิญาณไม่ครบถ้วน ผมขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งครับ”.

ข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ