สภาเข้ม! แต่งกายตามสากล “เครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา ชุดพระราชทาน” เท่านั้น ชุดอื่นให้ทำหนังสือขออนุญาต





กมธ.ร่างข้อบังคับสภาเสร็จแล้ว จ่อชงเข้าที่ประชุม เข้ม แต่งกายตามหลักสากล “เครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา ชุดพระราชทาน” เท่านั้น อยากแต่งชุดอื่น ให้ทำหนังสือขอปธ.รัฐสภา เป็นกรณี เหมือนเคสแต่งตามเพศสภาพ


คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุม นำโดย นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ โฆษก กมธ. แถลงผลการประชุม กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วว่า การกำหนดโดยจะต้องแล้วเสร็จในวันที่ 16 กรกฎาคม นี้ และขณะนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ในเรื่องของการร่างข้อบังคับโดยใช้เวลาทั้งหมด 10 ครั้ง และในครั้งต่อไปจะนำไปเรียบเรียงเป็นหนังสือรายงานผลการพิจารณาร่างฯ และเสนอวาระเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

โดยหลักเกณฑ์การพิจารณายึดตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เนื้อหาสาระที่มีการปรับบทที่ 1 เรื่องของการเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มในส่วนของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ให้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ และในหมวดที่ 4 กรรมาธิการได้ข้อสรุปว่ายึดตามหลักข้อบังคับเดิมที่เคยใช้มีคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ประกอบไปด้วยกรรมการคณะละ 15 คนได้พิจารณาตามความเหมาะสมของสัดส่วนภารกิจและจำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบัน

เช่น คณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในข้อนี้หลังได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศว่า ให้แยกคณะกรรมาธิการออกมาอีกหนึ่งกลุ่ม แต่ที่ประชุมมีมติได้นำมารวมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยจะพิจารณาแยกในชั้นอนุกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬามีการบรรจุให้รวมกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีสปอร์ต /คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ให้เพิ่มในส่วนของระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติฟื้นฟูหลังจากเกิดภัยทางธรรมชาติและสาธารณภัย / คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์วิจัยนวัตกรรมและดิจิตอล มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยและกระทรวงที่มีการเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เพิ่มหมวดผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการประสานงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มการอำนาจหน้าที่แต่งตั้งของผู้นำฝ่ายค้าน ขณะที่เรื่องกระทู้ถามมีกระทู้ถามสดกระทู้ถามทั่วไป ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้เพิ่มวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะ 

ส่วนการแต่งกาย ได้ยึดตามข้อบังคับเดิม คือ แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา ชุดสากลนิยม และชุดพระราชทาน ส่วนชุดอื่นนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภาเป็นผู้กำหนดว่าจะให้สมาชิกแต่งกายอะไรเพิ่มเติมได้หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานรัฐสภา ได้อนุญาตให้แต่งตามเพศสภาพ และกายสภาพแล้ว โดยสมาชิกจะต้องปฏิบัติระเบียบการแต่งกายเครื่องแบบของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามในการสวมใส่ชุดไทยนั้น หากสมาชิกต้องการใส่ชุดไทยก็สามารถที่จะทำหนังสือขอประธานรัฐสภา หรือเสนอความเห็นตอน กมธ.เสนอร่างข้อบังคับนี้ในที่ประชุม 

ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา สมัยที่นายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธานรัฐสภา ได้กำหนดไม่ให้ส.ส.หญิงใส่กางเกง และใส่เสื้อผ้าได้เพียง 3 สีเท่านั้น คือ เทา กรมท่า และดำ ยืนยันข้อบังคับในส่วนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ ส.ส.บางคนสวมใส่ชุดไทยในวันนี้แต่อย่างใด

ข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ