บทเรียนราคาแพง! สาวร้องทุกข์ เสียที่ดินในโฉนดครึ่งหนึ่งให้เทศบาลฟรีๆ ใครช่วยได้บ้าง?





24 พ.ค.62 ล็อกอิน some one some time ร้องทุกข์ผ่านเว็บไซต์ดัง pantip.com ถึงกรณีต้องเสียที่ดินในโฉนดครึ่งหนึ่งให้เทศบาลฟรี ๆ โดยระบุรายละเอียดว่า

 

รบกวนโหวต และ แชร์ ให้เราด้วยค่ะ ที่ดินแปลงนี้เป็นของเราเองค่ะครอบครองมาในปี2546 เป็นโฉนด ( ตามรูป ที่มีสีม่วง คือ ที่ดินที่เราเสียไปค่ะ ) ซึ่งเราสมัยก่อนจนมากค่ะ ไม่มีเงินทำรั้วและคิดว่าที่ดินเราติดทางสาธารณะทั้งแถบเดินเข้าออกคงไม่มีอะไร

ชาวบ้านและครอบครัวเราก็เดินผ่านเข้าออกปกติและที่ดินเราสามารถเดินทะลุลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ค่ะ ทางสาธารณะก็เช่นกัน

ต่อมามีนายก อบต. มาคุยกับที่บ้านว่ามีปูนเหลือจะเอามาราดได้ไหมจะได้เดินสะดวกคนที่บ้าน โดยเราเจ้าของโฉนดไม่รู้เรื่อง

ญาติเรา ถามว่า ถ้าให้ราดทางนี้จะเป็นของหลวงหรือเปล่า เค้าก็บอกว่าไม่เป็นแน่นอน แค่ราดปูนเฉยๆ ไม่มีอะไร

ทางญาติเราเห็นแก่ความสะดวกเลยปล่อยให้ราดปูน และแอบทำลำรางสาธารณะโดยที่ไม่แจ้งทางเรา

 

ต่อมาชาวบ้านที่บ้านติดทางอีกฝั่งเริ่มลุกล้ำสร้างบ้านทับทางสาธารณะ เลยใช้ทางเดิมไม่ได้ เลยมาเดินในบ้านเราฝั่งเดียวเป็นถนน

 

เริ่มเอารถมาจอดครั้งละ4 คันจนบ้านเราเดินผ่านไม่ได้ เอารถจอดไม่ได้

 

จะโดนขูดรถทุกคันทางบ้านเราไม่กล้าเข้ามาจอดเลยต้องปล่อยให้เค้าจอด ไปหาที่จอดที่อื่นเอาเอง

 

เกิดการทะเลาะกันเค้าเริ่มหาเรื่องมากขึ้น ขับรถเบียดหลานเราเกือบตกถนนหลายครั้ง ขูดรถ เอามีดจะมาแทงน้าเรา ตะโกนด่า เดินกระแทก ข่มขู่

 

ทางเราอดทนมาตลอด เพราะในบ้านมีแต่เด็ก คนแก่ ผู้หญิง กลัวมากๆค่ะ ทางเราเลยต้องขอรังวัด แต่ทางฝั่งที่สร้างบ้านทับถนนได้เข้าร้อง ศูนย์ดำรงธรมค้าน ไม่ให้เราทำรั้ว และไปร้องเรียนเทศบาลอายัติไม่ให้เราได้รังวัด

 

จนต่อมาได้รังวัดเจ้าหน้าที่ที่ดินที่มารังวัด แจ้งเราว่าเป็นที่ดินของเราจริง ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทางเทศบาลได้ยื่นค้านต่ออัยการ อัยการมีหนังสือแจ้งเรามาว่า ที่ดินที่ราดปูนทั้งหมด เป็นทางสาธารณะ

 

ใครพอจะมีคำปรึกษามีคำแนะนำอะไรเราได้บ้างคะ เครียดมากเลยค่ะ

หลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าวออกไป ชาวเน็ตหลายคนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนให้เจ้าของกระทู้ฟ้องกลับ เพราะมีสิทธิชนะได้ โดยให้เหตุผลเช่น

ความคิดเห็นที่ 68

1.เป็นที่สาธารณะไม่ได้เพราะ

  • ไม่เข้าเกณฑ์ -ม.1304 (1)เนื่องจากคุณไม่ได้ทอดทิ้งและละเว้นจากการทำประโยชน์เกิน10ปีเพราะใช้เดินเข้าออกทุกวัน
  • ไม่เข้าเกณฑ์ -ม.1304(2) เพราะเป็นที่ดินมีโฉนด

2. เพื่อนบ้านคุณครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เพราะต้องครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และแสดงเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า10ปี

3.ผู้ที่จะฟ้องขอจดทะเบียนภาระจำยอมต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ติดทางที่จะขอเท่านั้น!!!! (อันนี้สำคัญ)

  • ขอเสริมนิดนึง การที่อบต.ราดปูนบนที่ดินของจขกท.ไม่ได้ทำให้ที่ตรงนั้นกลายเป็นที่สาธารณะ แต่…เป็นเพียงส่วนควบของที่ดินนั้นซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้น จขกท.ก็ได้ราดปูนบนที่ดินฟรีๆ แค่นั้นเอง
  • เอาเป็นว่าฟ้องๆไปเถอะครับ น่าจะชนะ

ความคิดเห็นที่ 3

ถ้าโฉนดของคุณถูกต้อง…ต้องตั้งทนายร้องต่อศาล

ขอให้ศาลสั่งว่า ที่ดินคุณยังมีครบถ้วน

แล้วปรึกษาทนาย…ฟ้องร้องเอาผิดส่วนราชการที่คัดค้าน ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เรียกค่าเสียหายด้วย

ให้กำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 18
ข้อเสียเปรียบ

1. การที่คุณยินยอมให้มีการรุกล้ำในลักษณะที่ปล่อยให้ผู้คนสัญจรไปมาได้แบบนี้เข้าข่ายจะยินยอมให้ผู้อื่นใช้โดยปริยายและมันสามารถกลายเป็นที่สาธารณะประโยชน์ได้จริงๆครับถ้าเข้าเงื่อนไขของมัน (เช่นยินยอม/ไม่ทักท้วง/และระยะเวลาล่วงเลยไปตามที่ ก.ม.กำหนด
ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสแพ้ครับ เพราะตลอดมามันทำให้เข้าใจว่าคุณไม่ทักท้วงอะไรเลย กรณีนี้ควรจ้างทนายสู้ครับ

ข้อต่อสู้ของคุณ

  • 1.การจะเอางบหลวงมาลงเช่น เทปูน ทำถนน เทคอนกรีต ทำโครงการต่างๆ จะต้องมีการส่งมอบพื้นที่ ว่าพื้นที่นั้นเป็นที่สาธารณะประโยชน์หรือเป็นที่ที่เค้าจะสามารถเอางบมาทำได้หรือไม่ และเมื่อมันเป็นที่เอกชน องค์การปกครองท้องถิ่นเอาอะไรมาส่งมอบ
  • 2.เมื่อโครงการส่งมอบไม่ได้ การเอางบมาลงก็อาจจะไม่ถูกต้อง โครงการทำถนนตรงนี้ก็อาจจะไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน ลองจี้หน่วยงานตรวจสอบตรงนี้ดูนะครับว่าการเบิกจ่ายถูกต้องไหม

ที่ว่ามานี้ไม่การันตีนะครับว่าจะชนะ บอกตามตรง บางอย่างมันก็เอื้อต่อการเข้าองค์ประกอบตามที่อัยการมองเห็นเหมือนกัน แต่มองอีกมุมมันก็ยังมีข้อต่อสู้ได้ อยู่ที่ห้วงเวลา พฤติการณ์ เอกสารหลักฐาน พยาน และวิธีเสนอข้อมูลต่อศาลด้วยเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 79

ทางที่เป็นภาระจำยอมต้องเป็นทางจำเป็นเท่านั้น หมายถึงไม่มีทางอื่นที่จะสัญจร แต่ในโฉนดก็มีทางสาธารณฯติดอยู่ ดังนั้นเทศบาลจะมาทำทางในโฉนดไม่ได้ หากทางสาธารณฯจะขยายมากินโฉนดเรา ต้องมีความจำเป็นตามแต่กรณี

เจ้าของที่ไม่เคยมีเจตนายกให้เป็นสาธารณฯ นี่เป็นข้อที่เราต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อ

ส่วนเรื่องอัยการมีหนังสือแจ้งนั้น เป็นเพียงความเห็นของเขา ผู้ชี้ขาดได้คือศาลเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่รัฐทำไม่ถูก เราสามารถฟ้องกลับให้ชดเชยได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วเขาจะโดนวินัยด้วย นี่คือสิ่งที่ขรก.ทุกคนกลัว

เห็นว่า ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าไม่เคยมีเจตนายกให้ฯ และทางสาธารณฯที่ปรากฎตามโฉนดกว้างเพียงพอแล้ว ยังไงคุณก็น่าจะชนะ ขอให้ได้รับความเป็นธรรม

คลิกที่นี่เพื่ออ่านความคิดเห็นอื่น ๆ เพิ่มเติม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ