ศาลไม่คุ้มครอง ขอชะลอขึ้นค่ารถเมล์กรุง ใช้ราคาตามปรับใหม่





เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.เเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่อนุมัติให้ปรับอัตราค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องฯ ในคดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกับพวกรวม 30 รายยื่นฟ้อง คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กับพวกรวม 4 ราย

โดยศาลเห็นว่า เมื่อคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางที่จะต้องมีมติดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการบริการสาธารณะต่อไปได้ ไม่เดือดร้อนเกินสมควร และเพื่อการปรับปรุงการบริการสาธารณะที่ดีขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติก็ได้ปรับราคาขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา แต่ในภาพรวมแล้วมีการปรับขึ้นราคา จึงฟังได้ว่า การที่คณะกรรมการฯ มีมติดังกล่าว จึงเป็นการออกคำสั่งที่ไม่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าวก็จะเป็นเหตุที่อาจทำให้ผู้ประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทางสาธารณะหยุดกิจการ หรือลดจำนวนรถโดยสารลง หรือลดคุณภาพการให้บริการ เป็นเหตุให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางสาธารณะต้องได้รับผลกระทบและอาจเดือดร้อนไม่มีรถโดยสารให้บริการอย่างเพียงพอ หรือการบริการขาดคุณภาพในการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะด้วย


สำหรับคดีนี้เป็นคดีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กับพวกยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อให้ขอให้คำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการ วันที่ 14 ธ.ค. 61ที่ได้อนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางสาธารณะทั้งใหม่และเก่า ในหลายๆหมวด ในอัตราตั้งแต่ 1-7 บาท ที่จะให้มีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 เม.ย.พร้อมกับยื่นคำขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอให้ศาลทุเลาการบังคับใช้คำสั่งขึ้นค่ารถโดยสารรถเมล์เป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา

โดยผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งขึ้นค่ารถเมล์ทั้งระบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการสร้างภาระให้เกิดขึ้นกับประชาชนเกินสมควร ตาม ม.9(1) แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 เนื่องจากต้นทุนค่าพลังงานในเรื่องราคาน้ำมันดีเชลกับราคาก๊าซ LNG ที่ยังไม่มีการผกผันในทิศทางที่สูงขึ้นแต่อย่างใด

แต่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของค่าเงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานลูกจ้างเกือบ 50% การจะผลักภาระมาให้คนยากคนจนจึงไม่เป็นธรรม ถือได้ว่าเป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนมากเกินสมควร ฯลฯ โดยศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งเรียก ขสมก.และ บขส.เข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องในคดีนี้ด้วย และให้ผู้ประกอบการเอกชนสามารถยื่นคำร้องเข้ามาเป็นผู้ร้องสอด

อ่านคำสั่งเต็มๆได้ที่นี่

โดยนายศรีสุวรรณ ผู้ร้องกล่าวภาย หลังรับทราบคำสั่งว่า ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับคดี กรณีขึ้นค่ารถเมล์ หากประชาชนท่านใดเดือดร้อนจากการขึ้นค่ารถโดยสารสารพัดประเภทนี้ ก็จงไปเรียกร้อง หรือ ตำหนินายกฯ และ รัฐบาลกันเอาเอง ผมทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในเบื้องต้นเพียงได้เพียงเท่านี้ต่อไปก็สู้กันในเนื้อหาแห่งคดี

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ