ทำซะเอง!! รวบ’ร.ต.ท.’ พร้อมลูกชาย ขโมยข้อมูลราชการไปขาย โดนตั้ง กก.สอบวินัยทันที!!





 

วันที่ 7 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. แถลงจับกุม ร.ต.ท.บุญเสริม เฟื่องสิน รอง สว.จร.สน.ท่าข้าม นายทรงศักดิ์ เฟื่องสิน และ น.ส.จินดารัตน์ ผู้ต้องหาร่วมกันรับจ้างตรวจสอบข้อมูลและประวัติบุคคลทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

 

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้รับการร้อเงรียนว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “รับเชคทะเบียนรถยนต์ ออนไลน์ เช็คอายัดรวดเร็ว 24 ชม.” นำข้อมูลของราชการไปขาย ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่ามี ร.ต.ท.บุญเสริม เป็นผู้สืบค้นและนำข้อมูลของระบบราชการของตำรวจ จากนั้นส่งข้อมูลให้ นายทรงศักดิ์ ลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้มีการแจ้งไอดีเพื่อไว้ให้กับผู้ที่ต้องการตรวจสอบประวัติบุคคล และตรวจเช็คประวัติบุคคลได้ทั้งหมด โดยคิดค่าบริการ 1,000 บาท

แต่ถ้าต้องการตรวจสอบว่ามีรถยนต์กี่คันหรือเคยจดทะเบียนสมรสหรือไม่ จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.จินดารัตน์ ภรรยาของ นายทรงศักดิ์ หลังโอนเงินไม่นาน จากนั้นผู้ใช้แอพลิเคชั่นไลน์ “ตรวจสอบสถานะรถยนต์” จะส่งภาพข้อมูลบุคคลจากการตรวจสอบในระบบทะเบียนราษฎร์มาให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร์ พ.ศ.2534 การนำข้อมูลของทางราชการไปเผยแพร่ฯ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบและขยายผล ยังไม่พบผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม ส่วนนายตำรวจคนดังกล่าวหลังแจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัย ส่วนนายตำรวจระดับ ร.ต.ท. สามารถเข้ารหัสและนำข้อมูลราชการไปขายได้อย่างไรนั้น เบื้องต้น คาดว่านายตำรวจคนดังกล่าว น่าจะไปเห็นรหัสการเข้าข้อมูล จากผู้บังคับบัญชา ระดับ ผกก.หรือ รอง ผกก.ซึ่งจากการขยายผลพบว่า การนำข้อมูลดังกล่าวไปขายเป็นความผิดเกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น พร้อมฝากเตือนไปยังข้าราชการตำรวจหรือหน่วยงานราชการที่นำข้อมูลไปขาย หากตรวจสอบพบจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์สุรเชษฐ์ หักพาล

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ