รักจนลมหายใจสุดท้าย! เปิดเส้นทางรักแท้’อากง-อาม่า’ชาวเพชรบุรี โล้สำเภามาพบรัก-อยู่จนสิ้นลมวันเดียวกัน





 

ปิดเส้นทางรัก 2 เฒ่าคู่แท้ ข้ามทะเลจากซัวเถาลงเรือสำเภาถึงไทย ก่อนพบรักอาม่าที่จ.เพชรบุรี ขายกาแฟ-ก๋วยเตี๋ยวหาเลี้่ยงลูก 9 คน แม้สิ้นลมหายใจขอไปพร้อมกัน

ทำเอาชาวเน็ตอ่านแล้วน้ำตาไหล สำหรับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเป็นความรักระหว่าง "อากง-อาม่า" ที่ครองรักกันมาอย่างยาวนาน ตราบจนสิ้นลมหายใจในวันเดียวกัน รักแท้ที่ไม่แยกจากกันแม้วินาทีแห่งความตาย เหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเฟซบุ๊ก @s'Mild Wongratanakarn เล่าว่า อากงทำไมถึงรักอาม่าได้มากมายขนาดนี้ กงใส่ใจม่าทุกรายละเอียด วันเกิดอาม่าทุกปี อากงก็จะคอยเปิดปฏิทินดูว่าตรงกับวันไหนของไทย และลงมือผัดหมี่เตี๊ยว (ประเพณีของคนจีน) ให้อาม่ากินเองกับมือ ฤดูก็จะต้มน้ำร้อนผสมทิ้งไว้ให้อาม่า นอนห้องเดียวกันเป็นเตียงคู่ โดยอาม่าจะนอนหันขวาเสมอ เพราะหันหน้าเจออากง และอีกหลากหลายเรื่องราวที่ "อากง-อาม่า" ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 10 มิ.ย. "เดลินิวส์ออนไลน์สอบถามไปยัง น.ส.เพชรรัตน์ วงศ์รัตนกาญจน์ อายุ 23 ปี หลานสาวผู้เผยแพร่เรื่องราว เปิดเผยว่า อากง "นายเปงเตี๊ยว แซ่ฮั้ง" หรือ "เจ็กลักษณ์" วัย 97 ปี และอาม่า "นางงวยง้อ เเซ่ฮั้ง" หรือ "ยายซิ๊ม" วัย 93 ปี ท่านคือคู่แท้ที่อายุยืนที่สุด เป็นที่รักและเป็นที่รู้จักของคนปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตนในฐานะหลานที่อยู่กับทั้ง 2 ท่านมาตลอด กล้าพูดได้เต็มปากว่าลูกหลานตระกูลวงศ์รัตนกาญจน์ทุกคน โชคที่สุดในชีวิตที่ได้เกิดเป็นสายเลือด แม้อดีตจะต้องพบอุปสรคมานักต่อนัก

ย้อนกลับไปช่วงที่ "อากง" เดินทางโดยเรือสำเภาเป็นแรมเดือน จากซัวเถาหนึ่งในจังหวัดของจีนที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง มีเพียงเสื่อผืนหมอนใบติดตัวมายังประเทศไทย จึงได้ประกอบอาชีพประมงสักระยะแต่ไปไม่รอด หันไปขายกาแฟโบราณ จนพบรักกับ "อาม่า" ที่จ.เพชรบุรี เพราะมีเพื่อนที่รู้จักแนะนำ จากนั้นตัดสินใจแต่งงานกันอย่างเรียบง่าย อากงขายกาแฟส่วนอาม่าก็จะขายก๋วยเตี๋ยว ทำมาหากินกันอย่างมีความสุข จนมีลูกทั้งหมด 7 คน ผู้หญิง 2 คนและผู้ชาย 5 คน ปัจจุบันย้ายมาอาศัยกันที่ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยช่วงชีวิตก่อนสิ้นลมหายใจของทั้งคู่ "อาม่า" ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อไปให้เลือด 5-6 ครั้ง กระทั่งอีก 2-3 วันอาม่าสามารถจะกลับบ้านได้ ซึ่งจะครบ 1 เดือนที่ทั้งคู่ไม่เจอกัน แต่มากที่สุดไม่เห็นหน้ากัน 5 วันก็ถามหากันทุกเวลาแล้ว เมื่อนานวันอากงสงสัยว่าลูกๆ ปิดบังอะไรหรือเปล่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ไปเยี่ยมอาม่าที่โรงพยาบาล เพราะก่อนหน้าเคยไปเยี่ยมใครที่โรงพยาบาลก็จะมีอาการแย่ลง จึงกลายเป็นความเชื่อฝังใจ ทว่าในความเป็นจริงนั้น อากงกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตรอมใจเอ่ยปากเองว่า "พาไปหาหมอหน่อย อยากไปอยู่ใกล้ๆ อาม่า" แต่แล้วในวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา อาการของอากงได้ทรุดลงเรื่อยๆ อยู่ในขั้นวิกฤต บีบมือและบอกลูกๆ ว่า ถ้าตัวเองเป็นอะไรไป ฝากดูแลอาม่าด้วย 

ได้ฟังเช่นนั้นลูกทุกคนหัวใจแทบสลาย แบ่งหน้าที่กันดูแลทั้งอากงและอาม่าอย่างดีที่สุด แต่แล้วหนึ่งชีวิตที่จะต้องจากไปก่อน เวลาตี 3 ของวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา อาม่าหมดลมหายใจแล้ว สิ่งที่ลูกทำได้คือเตรียมงานศพอย่างดีที่สุด กระทั่งเวลา 4 โมงเย็น ทุกคนต่างเหนื่อยล้าแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แต่พักยังไม่ทันหายเหนื่อย 20 นาทีให้หลังเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายแจ้งว่า "อากงเสียแล้ว" ลมหายใจเบาๆ เฮือกสุดท้ายยอมทนเจ็บทนปวด เพื่อรอให้งานของอาม่าเรียบร้อยก่อน ลูกๆ เชื่อแบบนั้น 

เพราะตอนที่ทั้งคู่มีชีวิต "อากง" จะนั่งคุยกับ "อาม่า" เสมอว่า "รักกันมากๆ นะ เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันไม่นานแล้ว" ภายใต้ความเสียใจกลับมองเห็นความรักอันมหาศาลของทั้งคู่ เพราะรักแท้นั้นมีอยู่จริง โดยพิธีรดน้ำศพและฟังสวดพระอภิธรรมศพ ได้เพิ่มวันสวดรวม 9 วัน ณ วัดปากครองปราณ ศาลาประชารักษ์ ตั้งแต่วันที่ 6-14 มิ.ย. และจะเก็บศพไว้ถึงวันที่ 15 มิ.ย. ก่อนจะมีพิธีฝังศพอย่างพร้อมเพรียงกัน.

ขอบคุณภาพ : s'Mild Wongratanakarn 
ข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์

 

 

 

 

 

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ