ครูบรรจุใหม่ร่ำไห้! ชี้ถูกผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลาขู่ให้รับพัสดุ รมว.ศึกษาฯสั่งฟันวินัยร้ายแรง





 

ครูร่ำไห้ต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถูก ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา ข่มขู่ให้รับพัสดุ “หมอธี” สั่งฟันวินัยร้ายแรง ดำเนินคดีทางอาญา และทางแพ่งให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน โรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่ 17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมนิติกร ฝ่ายกฎหมาย กระทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครู พร้อมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2 ที่มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 8 มิ.ย.

 

 

ต่อมา พล.ท.โกศลได้เชิญครู และบุคลากรของโรงเรียนนั่งร่วมพูดคุย และเปิดโอกาสให้พูดความอึดอัดใจโดยมีนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายประทีป ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2 ร่วมพูดคุย

 

 

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับครูและเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุ 4 คนต่างร่ำไห้และขอความช่วยเหลือจาก พล.ท.โกศล เนื่องจากมีชื่อปรากฏในหลักฐานเป็นผู้ร่วมลงนามในการทำผิดของผู้อำนวยการโรงเรียน โดยเป็นข้าราชการครูบรรจุใหม่ ถูกข่มขู่ให้ลงนามตรวจรับพัสดุโดยไม่มีความรู้ และอ้างว่า ถ้าไม่เซ็นชื่อตรวจรับจะไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งที่ผ่านมาต้องทนรับทราบตลอดมา แต่ไม่สามารถพูดหรือร้องเรียนได้ เนื่องจากจะถูกข่มขู่ตลอดว่าหากมีเรื่องแดงขึ้นมาพวกตนจะมีความผิดด้วย

ข่าวแจ้งว่า ในวงหารือ พล.ท.โกศล ได้รับปากว่าจะประสานไปยัง ป.ป.ช.เพื่อให้สอบปากคำให้เห็นถึงเจตนา หากครูกระทำไปโดยขาดเจตนาจะหาทางช่วยเหลือ และกำชับให้ข้าราชการครูทุกคนให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ หากต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติม

รายงานข่าวว่า นางอารีย์ คำแก้ว รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ได้แจ้งให้ทราบว่า ข้าราชการครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครอง มีความกลัวในอิทธิพลของผู้อำนวยการ และเกรงในความไม่ปลอดภัย พล.ท.โกศล จึงมอบให้นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทราบและให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประจำที่โรงเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัย

พล.ท.โกศลเปิดเผยว่า การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจริงที่แต่งตั้งโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2 สอบสวนเสร็จแล้ว และสรุปสำนวน พร้อมเอกสาร จำนวน 600 หน้า เสนอต่อนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อพิจารนาแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนความผิดวินัยร้ายแรงกับนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เบื้องต้นรับได้รายงานจากคณะกรรมการสืบสวน ว่าได้ตรวจสอบข้อกล่าวหาจากผู้ปกครอง จำนวน 10 ข้อ ในกรณีมีพฤติกรรมทุจริตและมีความผิดวินัยร้ายแรง มี 5 ข้อ คือ

1.โครงการจัดตั้งเสาไฟฟ้า 2.โครงการก่อสร้างถนน 3.โครงการอาหารกลางวัน 4.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมัน และ 5.การจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะเรื่องน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยว บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องดังกล่าว เป็นคำสั่งเด็ดขาด ห้ามมิให้จัดจำหน่าย หรือหาผลประโยชน์จากการจำหน่ายน้ำอัดลมเนื่องจากมีผลต่อสุขอนามัยของเด็ก จึงถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรงด้วย

พล.ท.โกศลกล่าวว่า การกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียน ถือว่าลุแก่อำนาจ น.พ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำชับว่าจะต้องมีการดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ดำเนินคดีทางอาญา และทางเพ่งให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับพื้นที่อื่นๆ ได้อีก ส่วนการดำเนินการทางอาญา และเพ่งนั้นเป็นเรื่องของศึกษาธิการจังหวัดที่จะยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน นายพล ศรัทโธ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้สอบปากคำครูและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารและพยานเพิ่มเติม โดยได้ทำการอายัดสิ่งของและห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อเข้าไปภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อหาเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

นายพลกล่าวว่า ได้มีการสอบปากคำพยานที่เป็นครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนไปแล้วกว่า 10 ปาก ซึ่งการรวบรวมพยานเอกสารถือว่าเพียงพอ แต่ตอนนี้ทำงานเพื่อแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยขยายเวลาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อความหนาแน่นของสำนวนสอบสวน ให้ทันเสนอต่อคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 8 เพื่อขออนุมัติแต่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ภายในวันที่ 25 มิ.ย.นี้อย่างแน่นอน

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: