เปิดใจ “แม่น้องแนน” สงสารลูกเป็นเด็กดี! ฉะ “หม่อง” ยับ! ฉุดลูกสาวไปยังไม่พอแถมยังย่ำยีอีก!!(ชมคลิป)





จากกรณีที่ นายศุภสิทธิ์ อ้นเพ็ง หรือหม่อง อาสาสมัครตำรวจชุมชน บุกเข้าไปฉุดกระชาก น.ส.ศิริธาดา ชาติยานนท์ หรือแนน จากร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะหายตัวไปนานหลายวัน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายหม่องได้ และแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยผู้ต้องหาสารภาพว่าหึงหวงฝ่ายหญิงที่บอกเลิก


ขณะที่เพื่อนฝ่ายชาย เผยว่า ทั้งคู่คบกัน มีบ้านอยู่ด้วยกัน แต่ฝ่ายหญิงคบซ้อน จึงถูกพาตัวไปเคลียร์ปัญหารัก แต่ทางด้านแม่ของแนน ได้ออกมาโต้ว่าไม่เป็นความจริง ลูกไม่ได้มีใจให้นายหม่อง นายหม่องคิดไปเอง ส่วนบ้านที่ลูกสาวตนซื้อนั้นเป็นชื่อของลูกสาวคนเดียว และหากลูกสาวคบใครก็จะบอกตนเสมอ นอกจากนี้แนนยังได้แจ้งความกับหม่องเพิ่มในข้อหาข่มขืนและลักทรัพย์ โดยกล่าวหาว่านายหม่องเป็นคนขโมยแหวนไปซึ่งต่อมา นายหม่องได้เปิดใจทั้งน้ำตากับทีมข่าวอมรินทร์ ว่า คบกับฝ่ายหญิงมานาน 3-4 ปี บ้านเป็นของแนนจริงแต่ตนเองเป็นคนโอน พร้อมกับโชว์หลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย ส่วนเรื่องแหวนของแนน ตนก็เป็นคนซื้อให้

ล่าสุด (6 มีนาคม 2561) รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า ทีมข่าวอมรินทร์ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของแนน พบกับนางนิตติยา สีสังข์ แม่ของหญิงสาว โดยแม่แนนบอกว่า แนนไม่อยู่บ้าน ออกไปทำงานและไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ ต้องรอหลังเลิกงานเท่านั้น

พร้อมกับบอกด้วยว่า ไม่เคยรู้เลยว่านายหม่องคบกับลูกสาว รู้แค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานอาสาสมัครกันเท่านั้น แล้วแนนก็ไม่เคยบอกตนว่ามีแฟน ยืนยันว่านายหม่องไม่ได้โอนเงินให้เพราะลูกสาวมีเงินเดือนอยู่แล้ว ส่วนเงินซื้อทองตนก็ไม่ทราบ แต่คงจะซื้อตอนได้โบนัส แล้วก็ไม่เคยเห็นลูกใส่มา ลูกพูดเสมอว่าทำงานแล้วเดี๋ยวเงินก็ออก ถึงเหนื่อยหน่อยแต่ก็อดทน เพราะเป็นงานสุจริต

แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเขาพูดถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ทำไมถึงพูดแบบนี้ คิดบ้างไหมว่าลูกสาวตนจะอยู่ในสังคมอย่างไร ถ้าเป็นลูกผู้ชายพอ ก็ควรออกมายอมรับผิด และรับผิดชอบ อย่ามาโจมตีกันให้เสียหายไปมากกว่านี้ เด็กดี ๆ จะเสียหาย ทั้งที่ตัวเองก็อายุเยอะพอที่จะเป็นพ่อคนได้แล้ว

"ฉุดเขาไป ลากเขาไปไม่พอ แล้วแถมจะมาประณามเขาอีก ขอวอน ผิดก็คือผิด ดึงไปแล้วข่มขืนไหม สิบกว่าวันเขาเสียหายไม่รู้เท่าไหร่ แล้วเด็กตัวนิดเดียวเขาจะตั้งหลักไหวไหม แล้วเมียเขาบอกแค่อุ้มสั่งสอน คือยังไง แม่ไม่เข้าใจว่าสั่งสอนได้ด้วยเหรอ วอนเลย (ยกมือไหว้) ถ้าผิดก็ต้องรับผิด เด็กตัวนิดเดียวคงจะไม่ไหวหรอก ยืนหยัดสู้โลกได้ขนาดนี้ก็ดูดีแล้ว แถมย่ำยีหัวใจเขาอีก" นางนิตติยา แม่ของแนน กล่าวเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

ด้าน นายหม่อง กล่าวว่า ตอนนี้เสียใจ เพราะไม่คิดว่าคนที่รัก บูชา และช่วยเหลือมาตลอดจะทำกับตนแบบนี้ ซึ่งตนก็ไม่เคยไปบ้านหรือพบกับพ่อแม่ของแนนเลย และแนนมักจะบอกอยู่เสมอว่าเป็นลูกกำพร้า จนกระทั่งตอนหลังมารู้ว่าแนนไม่ได้กำพร้าพ่อแม่เพราะตนไปหาแนนที่บ้าน แล้วเจอแม่แนน ซึ่งแม่ของแนนถามตนว่า "มาทำไม" ตนก็บอกไปว่า "ผมคบกันอยู่" ซึ่งแม่พูดกลับมาว่า "คบกันแล้วทำไมฉันไม่รู้ แล้วยังไง จะมาขอหรือจัดการอะไรไหม" ตนก็บอกว่า ถ้าจะมาสู่ขอทำได้ไหม แม่แนนก็พูดทิ้งท้ายว่า "ถ้าไม่ได้เรื่องเดี๋ยวจะแจ้งความที่มาคบกับลูกสาว" ตนจึงรู้ว่าแนนไม่เคยบอกให้แม่รู้เลยว่าแนนรู้จักกับตน

หม่องบอกอีกว่า ที่ไม่เคยไปจากแนนเพราะแนนมักจะพูดเสมอว่า "พี่อย่าทิ้งหนูนะ เพราะหนูไม่มีใคร จะเกิดอะไรขึ้น ก็อย่าทิ้งหนูนะ" แต่สุดท้ายก็มีปัญหาเกิดขึ้น…
"ถ้าเขาเลิกกับผมธรรมดาผมจะไม่คิดอะไรเลย เขามีคนอื่นที่ดีกว่าผม" นายหม่อง กล่าว

ขณะที่ นางสมใจ แป้นโพธิ์ อายุ 50 ปี ภรรยาของนายหม่อง เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2560 สามีพูดว่าถ้าจะมีใครใหม่ จะว่าไหม ซึ่งตนถามไปว่าจะมีใครใหม่ ถ้ามีจริง ๆ ก็บอกกัน และขอเงิน 100,000 บาท เพราะจะเอาไปดูแลลูกและร้านค้า แต่ตนกับนายหม่องก็ไม่ได้เลิกกัน ยังอยู่ด้วยกัน ไปมาหาสู่กัน ไม่ได้ทะเลาะกันเลยสักครั้ง ซึ่งเท่าที่รู้มาแนนเป็นคนบอกให้หม่องมาพูดกับตนว่า ให้ไปคุยกับเมียหลวง กระทั่งวันที่ 25 ธันวาคม 2560 หม่องก็นำเงิน 100,000 บาท มาให้ตนที่บ้านจริง ๆ เพื่อขอไปจากชีวิต ไปอยู่กับคนใหม่

แต่หม่องก็ยังกลับมาหาตนที่บ้านตามปกติทุกวัน ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นจริง ๆ เพราะนายหม่องมักจะบอกว่าทำงาน ตนจึงบอกให้นอนที่โรงพัก ไม่ต้องกลับมาบ้าน ซึ่งมาทราบภายหลังว่า สามีไปดาวน์บ้าน และอยู่กินกับแนนแถวหมู่บ้านลพบุรีวิลล์ ถนนเอราวัณ จ.ลพบุรี แต่พอมาถึงวันนี้ก็เห็นใจสามีที่มาเจอคดีแบบนี้ หม่องบอกกับตนว่าเสียใจที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ทุกวันนี้เวลาตนออกมาขายของจะมีคนคอยมอง แต่ใครจะมองยังไงตนไม่ได้สนใจ เพราะเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นกับตน ถ้าต้องหยุดหรือพักไป จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย เพราะตนมีภาระเยอะ

ชมคลิป

ขอบคุณที่มาจาก : รายการทุบโต๊ะข่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ