‘เปรี้ยว’กลับคำในศาล!! ไม่ได้ฆ่าแอ๋ม-แค่ทำร้ายร่างกาย แต่เพื่อนสารภาพร่วมทำลายศพ!!





 

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 ก.พ. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ตาคำสั่งศาล จ.ขอนแก่น ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทก์คืออัยการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายจำเลย คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว พร้อมพวก ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของการสอบคำให้การ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาและอัยการได้ลงว่าความแบบเต็มคณะที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาล จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ทันทีที่การสอบคำให้การฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้น ผู้พิพากษาได้มีคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว,น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ กลับไปควบคุมตัวตามอำนาจการฝากขังระหว่างการพิจารณาคดีที่เรือนจำกลางขอนแก่น

ขณะที่นายวศิน นามพรม ถูกส่งตัวไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนท์ นั้นอยู่ในระหว่างการประกันตัวด้วยกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ถูกส่งตัวจากห้องพิจารณาคดีมาไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้นล่างของศาล จ.ขอนแก่น เพื่อรอรถเรือนจำกลางพิเศษขอนแก่นมารับกลับไปควบคุมตัวตามปกติ โดยมีคนในครอบครัวของผู้ต้องหาและทนายความคอยให้กำลังใจและร่วมพูดคุยกันตามปกติ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์นัดแรกวันนี้ไม่มีคนในครอบครัวของ น.ส.เปรี้ยว มารับฟังการสอบคำให้การหรือเยี่ยมผู้ต้องหาแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ต้องหารายอื่นๆมีคนในครอบครัวมาให้กำลังใจโดยทั้งหมด

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ กล่าววา บรรยากาศการให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันนี้พนักงานอัยการทั้ง 2 ท่าน ยังคงเบิกตัว พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเป็นการซักถามฝ่ายโจทก์ตั้งแต่พบศพจนไปถึงการจับกุมตัวนายวศิน ที่ สปป.ลาว องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีคำสั่งให้ระงับการสอบคำให้การในวันนี้ ตามที่ฝ่ายโจทก์ยื่นเรื่องขอสอบคำให้การวันนี้ 4 ปากแต่วันนี้สามารถสอบคำให้การได้เพียง 2 ปากและในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.) มีการขอเบิกตัวพยานมาสอบคำให้การต่อเนื่องคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิฯ และพยานที่คงค้างในวันนี้อีก 2 ปากและพยานที่จะขึ้นให้การในวันพรุ่งนี้อีก 4 ปาก


“วันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน แยกคำให้การในชั้นศาลดังนี้ คือ จำเลยที่ 1 น.ส.เปรี้ยว คือปฎิเสธการฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม โดยรับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น จำเลยที่ 2 คือ น.ส.เอิน นั้นรับสารภาพในข้อหาร่วมกันทำลายศพ จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ นั้น ให้การับสารภาพว่ารับของโจร ซึ่งพนักงานอัยการตั้งข้อกล่าวหานี้เพียงข้อกล่าวหาเดียว จำเลยที่ 4 คือลูกความของตนเองนั้นรับสารภาพว่าร่วมกันทำลายศพและเสพเมตแอมเฟตามีน และผู้ต้องหาคนสุดท้ายคือ นายวศิน รับสารภาพว่าร่วมกันทำลายศพเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ทนายฝ่ายจำเลยยังคงไม่มีการซักค้านใดๆ และหากการสอบพยานฝ่ายโจทก์มีการพาดพิงมาถึงลูกความในประเด็นใดก็พ้อมที่จะค้านทันที ทั้งนี้ในช่วงก่อนการสอบคำให้การในช่วงบ่ายนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้มีการขอมาครอบครัวของผู้ตาย อีกครั้ง จึงทำให้บรรยากาศในการสอบคำให้การวันนี้ไม่ตึงเครียดเท่าที่ควร”

นายบุญยงค์ กล่าวต่ออีกว่า แม้จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ จะให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่พนักงานอัยการแจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ผู้พิพากษาได้ลงบันทึกไว้และยังคงไม่มีการพิจารณาคดีในวันนี้ โดยรอให้การสอบคำให้การทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเสร็จจึงจะมีคำพิพากษาพร้อมกัน เนื่องจากพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนในรูปแบบการกระทำเป็นขบวนการ ขณะที่ทางคดีแพ่งนั้นฝ่ายโจทก์โดยทนายความ ได้ยื่นขอเรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท แยกเป็นการเลี้ยงดูและอุปการะครอบครัวรวม 10,000,000 บาทและค่าปลงศพ-ค่าทำขวัญและค่าทำศพ อีก 300,000 บาท ซึ่งศาลจ.ขอนแก่นได้ประทับรับฟ้องด้วย ในประเด็นนี้ทีมทนายความได้หารือกันแล้วและยืนยันที่จะต่อสู้ในคดีแพ่งด้วย เนื่องจากลูกความให้การปฎิเสธและค่าเสียหายที่เรียกร้องมานั้นมากเกินไป

“ ทีมทนายความยืนยันในการไม่ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัวมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว”

ขณะที่ นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม มีการเปลี่ยนชื่อและมีการขอเปลี่ยนในสำนวนการสอบสวนรวมทั้งสำนวนในชั้นศาลวันนี้ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ขอให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว”

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ