รมว.ศึกษาฯขอโทษ ‘พล.อ.ประวิตร’ ปมวิจารณ์นาฬิกา แต่ยืนยันไม่ลาออก!!





 


หลังจากเมื่อวานบีบีซีไทยได้เผยแพร่คลิปเสียงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิจารณ์เรื่องนาฬิกาหรู ล่าสุดวันนี้ได้แถลงยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง และขอโทษที่ทำผิดมารยาทกับเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรี 

วันนี้ ( 13 ก.พ.61) เมื่อเวลา 12.10 น.  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยกรณีบีบีซีไทยเผยแพร่คลิปเสียง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นพาดพิงปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในระหว่างพบปะพูดคุยกับนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ในวันนี้ นพ.ธีระเกียรติ วันนี้ได้ขอลา ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากอังกฤษถึงไทยในช่วงเช้า

ภายหลังจากการพบกับนายกรัฐมนตรี นพ.ธีระเกียรติ ได้แถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบ พล.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือผมไปบรรยายให้กับนักศึกษาที่ประเทศอังกฤษฟัง ยอมรับว่าเสียงที่ได้ฟังนั้นเป็นเสียงของตนเองจริง แต่ในภาพกับในเสียงเป็นคนละตอนกัน เพราะตอนที่สัมภาษณ์นั้นเป็นการยืนคุยหลังการบรรยาย และไม่ทราบว่ามีการอัดเสียงและถามเรื่องนาฬิกา ตนจึงถือว่าไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ โดยคลิปเสียงที่ออกมาไม่ได้มีการตัดต่อแต่เป็นภาพและเสียงไม่ตรงกัน และยอมรับว่าการแสดงความเห็นต่างๆของตนเป็นการผิดมารยาทที่มีการกล่าวถึงเพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ขอโทษท่านเพราะผมทำผิดมารยาท 

“ส่วนที่มีข่าวออกไปว่าจะทำอะไรต่อ ผมยังยืนยันว่าให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรี เพราะตนมาที่นี่ทำงานก็เพราะนายกรัฐมนตรี ผมยังยืนยันจะทำงานต่อจนกระทั่งท่านเห็นว่ามันไม่เหมาะแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ตรงนี้ก็ยังยืนหยัดที่จะทำงานต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรี ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็อธิบายให้ท่านฟัง ผมก็ขอโทษท่านที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ข่าวจาก : PPTV36

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ