ย้อนข่าว’กาญจนา’ ผอ.สำนักอนุรักษ์ เคยฟ้อง’ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ รุกภูคิ้ง ข่าวที่สังคมเปรียบเทียบถามมาตรฐานกับ’เปรมชัย’





 

          ย้อนเหตุ กาญจนา ผอ.สำนักอนุรักษ์ เคยฟ้องติ๊ก เจษฎาภรณ์ รุกภูคิ้ง สุดท้ายคดีจบลงด้วยดี ไม่มีการฟ้องร้อง

          จากกรณี น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมาแถลงข่าวเหตุจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก หลังก่อคดีล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี  พร้อมระบุว่า ตนไม่เคยรู้จักนายเปรมชัยมาก่อน อีกทั้งไม่ได้เชิญมาเที่ยวที่ป่าทุ่งใหญ่

          ความคืบหน้า ล่าสุด วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 มีรายงานว่าในโซเชียลมีกระแสชาวเน็ต ย้อนนำเอาข้อมูลข่าวสมัยที่ น.ส.กาญจนา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูเขียว และได้ดำเนินการแจ้งจับติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี และทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่บุกรุกป่าภูคิ้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
          โดยในห้วงเวลาดังกล่าว น.ส.กาญจนา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กรณีที่ทางอุทยานได้แจ้งจับติ๊ก เจษฎาภรณ์ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่และบุกรุกพื้นที่ป่าภูคิ้งนั้นเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อระเบียบกฎหมายที่มีไว้ ก็ต้องว่ากันตามระบบกฎหมายป่าไม้ ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้ตนและเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายเจษฎาภรณ์ ผลดี และทีมงานทั้งหมดของรายการเนวิเกเตอร์ ไว้ที่ สภ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าไปถ่ายทำรายการโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วด้วยเช่นกัน


          อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีของติ๊ก เจษฎาภรณ์ พระเอกชื่อดัง จบลงด้วยดี ภายหลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายผู้แจ้งตัวแทนกรมอุทยานแห่งชาติฯ รวมทั้งอัยการจังหวัดชัยภูมิ มีความเห็นตรงกัน ไม่สั่งฟ้องพระเอกดังและรายการเนวิเกเตอร์ เนื่องจากเห็นว่า ต่างฝ่ายก็ต่างมีเจตนาที่ดีร่วมกันป้องกันรักษาป่าและอยากให้เป็นกรณีศึกษา เป็นบทเรียนร่วมกัน เพราะคดีนี้ถือเป็นคดีที่สามารถพูดคุยเจรจากันได้และทั้งสองฝ่ายก็ไม่เอาความกันแล้ว จึงถือว่าปิดคดีนี้ลงด้วยดี 

          นอกจากนั้น น.ส.กาญจนา ยังกล่าวด้วยว่า กรณียกฟ้องนี้เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน พร้อมทั้งบอกว่าถ้าหากจะเอาผิดก็คงทำได้ ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน แต่เข้าใจว่า ทางหนุ่มติ๊กเองอาจไม่ได้มีเจตนาไปในแง่นั้น ต่อจากนี้ไปอยากจะให้ทุกคนได้ตระหนักร่วมกันว่า อะไรควรหรือไม่ควรทำ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีร่วมกันสืบไป

ข่าวจาก : kapook.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ