ฮือฮา!! ศพพลทหารเหยื่อโดนซ้อมกลายเป็นหิน ไม่เน่า-เปื่อย พาวัดรุ่งเรืองขึ้นตั้งแต่มาตั้งอนุสรณ์ ชาวบ้านมีคนมาขอสอบติดนายร้อยก็สอบติดจริง!!





 

ฮือฮาร่างพลทหารยุทธกินันทร์เหยื่อโดนซ้อมดับที่เสียชีวิตหลังถูกจำขังในเรือนจำทหาร ญาติติดใจในคดีไม่เผาเก็บไว้ในโลงเย็น ก่อนเข้าฝันแม่ว่าบุหรี่หมด พอเปิดศพดูปรากฎว่ากลายเป็นหิน ไม่เน่า ไม่เปื่อย

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดกัลปนาราม (วัดควนร่อน) ม.4 ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ร่างของพลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม หรือน้องเบนซ์ ทหารกองประจำการสังกัด กองร้อย มณฑลทหารบก ที่ 45 สุราษฎร์ธานี ที่ได้รับบาดเจ็บขณะถูกจำขังที่เรือนจำ มทบ.45 และเสียชีวิตระหว่างรักษาตัวที่ รพ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 ซึ่งหลังจากนั้นทางญาติของน้องเบนซ์ได้เผาจำลอง เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2560 หลังจากนั้นเก็บร่างไว้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ก็เปิดโลงศพดู ปรากฎว่าร่างของพลทหารยุทธกินันท์ กลายเป็นหิน ไม่เน่า ไม่เปื่อย ไม่มีกลิ่นเหม็น ทางญาติเตรียมสร้างโลงแก้วไว้เก็บร่างพลทหารยุทธกินันท์ อย่างเร่งด่วน

 

 

นางเรณู หมดราคี อายุ 41 ปี แม่ผู้ตาย กล่าวว่า หลังจากทำพิธีเผาจำลองเมื่อวันที่ 10 เม.ย.60 ก็เก็บร่างของน้องเบนซ์ไว้ในโลงติดแอร์เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นคิดว่าถ้าไว้โลงแอร์จะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายจึงนำร่างของน้องเบนซ์ไปเก็บไว้ในที่เก็บศพ ซึ่งสร้างไว้ใหม่ข้างเมรุของวัด โดยใช้ปูนซีเมนต์ปิดอย่างมิดชิด จนกระทั่งเมื่อวานนี้ น้องเบนซ์ไปเข้าฝันกับพระในวัดว่าบุหรี่หมด จึงตัดสินใจให้ช่างเจาะปูนซีเมนซ์ ให้เป็นช่องเพื่อดูร่างน้องเบนซ์ ปรากฏว่าร่างน้องเบนซ์กลายเป็นหิน ไม่เน่า ไม่เปื่อย ยังมีเส้นผมงอกออกมา มีคิ้ว มีเครา และส่วนอื่นของร่างกายที่สัมผัสได้แข็งเหมือนหินทุกส่วน

“เมื่อเปิดดูถึงกับน้ำตาไหลไม่คิดว่าสภาพร่างของลูกจะกลายเป็นหิน ไม่เน่า ไม่เปื่อย ซึ่งหลังจากที่น้องเบนซ์เสียชีวิต ตนไปวัดทุกวันพระ และตั้งจิตอฐิษฐานว่าขอให้ร่างน้องเบนซ์ไม่เน่า ไม่เปื่อย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริง ซึ่งขณะนี้ให้ช่างทำโลงแก้วแล้ว เพื่อจะนำร่างมาใส่โลงแก้วเก็บไว้ ส่วนคดีตอนนี้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งเดินทางไปหลายครั้งแล้ว เพราะมีการเลื่อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเลื่อนไป 3 ครั้งแล้ว” นางเรณู กล่าว

 

 


ด้านพระเอกพันธ์ อังสุธโร อดีตทหารจากมณฑลทหารบกที่ 45 สุราษฎร์ธานี เพื่อนรุ่นพี่ของพลทหารยุทธกินันท์ เดินทางไปบวชที่วัดยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 จากนั้นจึงเดินทางมาจำวัดที่วัดดังกล่าว เห็นสภาพวัดซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม และก่อนน้องเบนซ์เสียชีวิต พูดกับแม่ว่าวัดบ้านเราน่าจะมีโบสถ์ได้แล้ว จึงคิดอยากจะสร้างโบสถ์และบูรณะวัดให้ดีกว่าเดิม โดยขอน้องเบนซ์ว่าให้มีคนมาทำบุญและมีเงินสร้างโบสถ์ จึงจัดเทศน์มหาชาติ ต่อมาทางด้านพลตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี มาเป็นเจ้าภาพจัดทอดผ้าป่าช่วยหาเงินสมทบทุน จากนั้นทางวัดได้มีการจัดงานเพื่อหาทุนสร้างโบสถ์ตลอดมา ขณะนี้สร้างฐานพื้นโบสถ์เสร็จแล้ว

 

 

พระเอกพันธ์ กล่าวต่อว่า น้องเบนซ์สร้างความเชื่อแปลกๆ หลายครั้งแล้ว เช่น ชาวบ้านหรือนักเรียนมาเข้าค่ายอบรมมักจะเห็นทหารเดินไปเดินมา และมีช่างเห็นทหารเดินถือปืนอยู่รอบโบสถ์ที่กำลังสร้างอยู่ อีกทั้งได้มีคนต่างจังหวัดขอให้น้องเบนซ์ช่วยลูกของเขาให้สอบนายร้อบทหารได้ ปรากฏว่าสอบได้จริง และทุกครั้งถ้าการก่อสร้างอุโบสถ์ติดขัดก็จะขอให้น้องเบนซ์ช่วย และจะมีเงินในการก่อสร้างทันที ทำให้ตอนนี้ชาวบ้านได้หลั่งไหลมาเข้าวัดเป็นจำนวนมาก

สำหรับพลทหาร ยุทธกินันท์ บุญเนียม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ 4 ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ทหารกองประจำการสังกัด กองร้อย มณฑลทหารบก ที่ 45 สุราษฎร์ธานี ได้รับบาดเจ็บขณะถูกจำขังที่ เรือนจำ มทบ.45 และเสียชีวิตระหว่างรักษาตัวที่ รพ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 โดยญาติ และมารดา คือนางเรณู หมดราคี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 8 ต.ไทรโสภา อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 45 (มทบ.45) ขณะนั้น เนื่องจากเชื่อมั่นว่าถูกทำร้ายร่างกายภายในเรือนจำ มทบ.45 จนถูกนำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนที่จะเผาจำลอง วันที่ 10 เม.ย.

ในส่วนคดีศาลได้ออกอนุมัติหมายจับจำนวน 9 หมาย และหมายเรียก 1 หมาย ต่อมาในวันที่ 24 เม.ย.ศาลออกหมายเรียก ให้ผู้ต้องหาอีก 1 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ต่อมาอัยการศาล มทบ.มีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหา ทั้ง 11 คน ในวันที่ 28 มิ.ย.60 ทำให้ผู้ต้องหาทั้งหมดตกเป็นจำเลย ถูกคุมขังในคดีเดิมอยู่ที่เรือนจำ และใช้สิทธิประกันตัวไปบางราย คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล มทบ.45

ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ