ซูเปอร์โพล ชี้ 6 เดือนแรก “เศรษฐา” ทำงานเข้าตา ประชาชน

Advertisement 3 มี.ค. สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ประเมินผลงานรัฐบาล 6 เดือน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,289 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-2 มี.ค. 67 ที่ผ่านมา Advertisement เมื่อถามถึงรัฐมนตรีที่ประชาชนรับรู้และพอใจเรื่อง แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เมื่อตอบได้มากกว่า 1 ท่าน พบว่า 5 อันดับแรก รัฐมนตรีที่ประชาชนรับรู้และพอใจเรื่อง แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ได้แก่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ร้อยละ 67.5 รองลงมา อันดับที่สอง ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร้อยละ […]

“นายกฯ” น้อมรับมติกนง. ไม่ลดดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วย

7 กุมภาพันธ์ 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569 ถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปีว่า ก็ต้องน้อมรับเมื่อผลโหวตออกมาแบบนั้นรัฐบาลไปก้าวก่ายไม่ได้ “ถ้าถามว่าเห็นด้วยไหม ก็ต้องบอกว่า ไม่เห็นด้วยแต่ไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายอยู่แล้ว ทาง กนง. มีความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายทางการเงิน อย่างที่ผมได้เรียนไปเมื่อวานนี้ว่า เราอยากเห็นนโยบายการเงินการคลังไปด้วยกันและตอนนี้ก็เงินเฟ้อติดลบ 4 เดือนแล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่มีธงว่าในการประชุม กนง.ครั้งหน้าจะต้องลดดอกเบี้ย แม้มติครั้งนี้ กนง. ยังไม่ลด โดยระบุว่าต้องดูตัวเลขไปเรื่อย ๆ ตัวเลขก็ทยอยออกมาตลอดเวลา ถ้าตัวเลขบ่งชี้ว่าไม่ต้องลดก็จะออกมาบอกว่าเห็นต่าง หรือเห็นด้วย หรือเห็นสมควร หรือว่าต้องมีการโน้มน้าว หรือต้องมีการพูดคุย ก็ต้องทำต่อไป สำหรับความเห็นต่างระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานร่วมกันหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่สังคมต้องยอมรับได้ ต้องบริหารจัดการกันไปภายใต้กรอบที่ไม่ก้าวร้าวซึ่งกันและกัน มีอุปสรรคก็ต้องแก้ไขกันไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ปัญหาความปลอดภัยทางสังคม หรือปัญหาฝุ่นละออง […]

นายกฯ กระทุ้งแรงแบงก์ชาติ หั่นดอกเบี้ย ชี้กระทบค่าใช้จ่ายปชช.

6 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสที่จะนัดคุยกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในมิติต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจว่า ขออนุญาตเรียนว่าจริงๆ แล้วเรื่องนโยบายการเงินการคลังเราคุยผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เรื่องตัวเลขเหล่านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้อธิบายแล้ว เรื่องตรรกะเงินเฟ้อที่มาได้อย่างไรเรื่องที่เรามีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนลดค่าใช้จ่ายมาอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ขออนุญาตเรียนว่าจริงๆ แล้วเรื่องเงินเฟ้อกับดอกเบี้ยเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราอย่าลืมว่าจริงๆ แล้วเงินเฟ้อที่มันติดลบส่วนหนึ่งเกิดจากที่เรามีมาตรการรัฐออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อลดรายจ่าย นั่นแสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วตรงนี้ประเด็นเรื่องเงินเฟ้อไม่มี ถ้าจะมีเกิดจากรากปัญหา คือ ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น แต่เมื่อเราไปคุมตรงนั้นได้เงินเฟ้อก็ไม่มี นายเศรษฐากล่าวอีกว่า ทั้งนี้มาตรการที่จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ลดต้องดูที่เงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการคือเกิดจากการใช้จ่าย แสดงว่าดีมานด์มันไม่มี เงินเฟ้อไม่มี ถ้าตรงนี้ไม่เกิดแสดงว่าปลอดภัยหรือเปล่า ที่จะเลิกลดดอกเบี้ยได้แล้วเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าเกิดลดดอกเบี้ยมาแล้วเกิดมีปัญหาเรื่องของดีมานซึ่งมันเยอะอยู่แล้วก็อาจจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อได้ แต่อย่างนี้ตนคิดว่าดูจากตัวเลขทั้งสองฝ่ายแล้ว Cost-push หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาแพงที่เกิดขึ้นมาในอดีต จริ ๆ แล้วตรงนี้ เชื่อว่าพื้นที่ในการลดดอกเบี้ยมีอีกเยอะมาก ”ฉะนั้น เรื่องการพูดคุย เราได้มีการพูดคุยกันชัดเจนอยู่แล้ว คงเป็นเรื่องความเห็นต่างหรือเรื่องทิฐิผมไม่ทราบ แต่มันชัดเจนอยู่แล้วที่เงินเฟ้อติดลบติดต่อกันมา 4 […]

ครม.ลดภาษีสุราพื้นบ้านเหลือ 0% กระตุ้นท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 2 มกราคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ จึงมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพาสามิตและภาษีอาการประเทศต่าง ๆ มากมาย เช่น ภาษีสุราพื้นบ้านปรับเป็น 0 % และให้กรมสรรพามิตทบทวนเรื่องกฎหมายที่ช่วยสนับสนุนสุราพื้นบ้าน รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า วันนี้เวลา 15.00 น. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง จะแถลงข่าว “มาตรการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย” ซึ่งกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้(2ม.ค.2567) โดยมาตรการดังกล่าว จะมีทั้งการปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสุราชุมชน ตลอดจนการพิจารณายกเลิกการอนุญาตจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษี (Duty free) ขาเข้าทุกสนามบิน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จ่ายและซื้อสินค้าภายในประเทศมากขึ้น แทนการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษี ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2566 กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสุรา ภาษีเบียร์ และภาษีเครื่องดื่ม 177,596 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีสุรา 64,168 ล้านบาท ภาษีเบียร์ […]

เร่งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง “มอเตอร์เวย์โคราช” รวมระยะทาง 80 กม. เปิดวิ่งฟรี 28 ธ.ค.นี้

จากกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่ง ให้เปิดใช้ถนนมอเตอร์เวย์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ธ.ค. 2566)บรรดาช่างไฟฟ้าของบริษัทผู้รับเหมา ได้เร่งติดตั้ง ระบบ ไฟส่องสว่าง บนถนนมอเตอร์เวย์ จุดทางลงเชื่อมต่อกับถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อม ที่จะเปิดให้บริการประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยจะเปิดใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 (M6) วิ่งฟรีตลอด จนกว่าการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง เปิดใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 ตอน 24 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถึง ตอน 40 อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แบบไปกลับ 4 […]

จับตารัฐบาลบีบ ‘ปตท.’ ลดราคาก๊าซ อุ้มค่าไฟประชาชนทั่วไป 4.1 บาท

รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ถึงกรณีที่สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปล (เอฟที) ขายปลีก สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 เท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 69.07 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งนี้ เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่งผลให้ฝ่ายรัฐบาลอยู่ระหว่างหาแนวทางเพื่อปรับลดค่าไฟฟ้าเพื่อคงให้อยู่ในระดับ 3.99 บาทต่อหน่วย เทียบเท่างวดที่เรียกเก็บปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2566) หรือไม่ควรเกิน 4.20 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 4.20 บาทต่อหน่วย ในขณะที่ นายกฯ ต้องการที่จะให้ลดค่าไฟฟ้าให้เหลือในระดับ […]

ครม. เห็นชอบหลักการ ขึ้นเงินเดือนข้าราชการบรรจุใหม่ 1.8 หมื่นบาท

28 พ.ย. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เห็นชอบหลักการให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพลเรือน (ก.พ.) โดยปรับขึ้นในส่วนของข้าราชการบรรจุใหม่ปีละ 10% ใน 2 ปีงบประมาณ ได้แก่ ปีงบประมาณ 2567 และปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะทำให้เงินเดือนของข้าราชการบรรจุใหม่อยู่ที่ 18,000 บาทต่อเดือน ในปีงบประมาณ 2568 จากปัจจุบันอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน โดยการเริ่มปรับฐานเงินเดือนข้าราชการจบใหม่ 10% จะเริ่มต้นในเดือน พ.ค. หน้า หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณ ประกาศใช้แล้ว สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยอื่นๆ ที่เข้ามารับราชการก่อน และยังไม่ถึงระดับชำนาญการ (C8) และยังมีเงินเดือนไม่ถึง 18,000 บาทต่อเดือน จะมีการปรับฐานเงินเดือนขึ้นไปให้อยู่ในที่สูงกว่าข้าราชการบรรจุใหม่ โดยในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ปรับฐานเงินเดือนให้กับข้าราชการที่เข้ามารับราชการก่อนและเงินเดือนยังไม่ถึง 18,000 บาท […]

ยกเลิกแล้ว ตำรวจจีนลาดตระเวนในไทย ผู้ว่า ททท. น้อมรับ สื่อสารผิดพลาด

14พ.ย.66 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยล่าสุด กรณีแนวคิดให้ตำรวจจีนมาร่วมลาดตระเวนกับตำรวจไทย ว่าขณะนี้ยกเลิกแนวคิดดังกล่าวแล้ว ถึงแม้จะมีการสื่อสารต่อสาธารณะ แต่เนื่องจากชื่อของโครงการมีคำว่า “ลาดตระเวน” ทำให้มีเสียงสะท้อนในสังคม จนกลายเป็นกระแสเชิงลบ ขอน้อมรับเสียงสะท้อนของทุกคน ขออภัยที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มาจากเจตนาที่ดี แต่ใช้คำสื่อสารไม่ตรงความหมาย ทำให้สังคมกังวลกับแนวคิดที่สื่อออกไป เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ แต่แนวคิดของโครงการนี้ เป็นความร่วมมือในการประสานข้อมูลระหว่างตำรวจ 2 ประเทศ ที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดท่องเที่ยว พร้อมกับการเชิญตำรวจของจีนมาดูงานในแหล่งท่องเที่ยวของไทย เพื่อให้มั่นใจว่า เรายกระดับดูแลนักท่องเที่ยว ด้าน นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีนี้ ณ ทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่มีแนวทางที่จะให้ตำรวจจีนมาลาดตระเวนร่วมกับตำรวจไทย ศักยภาพตำรวจไทยดีมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจท่องเที่ยว มีการทำงานอย่างหนักร่วมกัน เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ เพราะผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มีการจัดตำรวจท่องเที่ยวไปประจำในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น วัดพระแก้ว รวมถึงทำงานร่วมกับกรมเจ้าท่าเพื่อดูแลบริเวณท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ   ข่าวจาก : tnews

เปิดเงื่อนไข แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สินค้าอะไรบางที่ซื้อได้ – ไม่ได้

เงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซื้อสินค้าได้-ไม่ได้ จากการแถลงข่าวนโยบายแจกเงิน เติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต ส่องเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่สามารถซื้อสินค้าประเภทใดได้บ้าง หลังนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เคาะวงเงิน 6 แสนล้านแจกกลุ่มเป้าหมาย 50 ล้านคน ประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์ คือ เงินเดือนไม่เกิน 70,000 บาทต่อราย และ/หรือ มีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท นั้น สำหรับ เงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้สิทธิ์ใช้โดยกำหนดระยะเวลา 6 เดือน ครอบคลุมการใช้จ่ายในระดับอำเภอ ยึดตามบัตรประชาชน โดยโครงการฯจะสิ้นสุดในปี พ.ศ.2570 โดยแหล่งที่มารัฐบาลจะใช้วงเงิน 6 แสนล้านบาทเพื่อดำเนินการในส่วนนี้ คือ 5 แสนล้านบาทจะมีการใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนี้ส่วนอีก 1 แสนล้านบาท รัฐบาลจะนำเงินไปใส่ในกองทุนเสริมสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (New S Curve) เพื่อใช้ในการให้สิทธิประโยชน์ในการดึงอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้ามาลงทุน โดยกองทุนนี้จะใช้ในการดึงดูดการดึงบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น เงื่อนไขการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 […]

‘นายกฯ’ ลั่นแจก 1 หมื่นถ้วนหน้า ไม่ทบทวน แต่พร้อมรับฟังทุกฝ่าย

6 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 20 นาที จากนั้นนายเศรษฐาได้เดินทางกลับเพื่อไปตรวจเยี่ยมอุทกภัยที่ จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าได้ขอให้ ส.อ.ท.ทำแอ๊กชั่นแพลนเพื่อย่อยข้อเสนอทั้ง 8 ข้อ จากนั้นจะให้ทีมงานร่วมหารือกับ ส.อ.ท.ในแต่ละข้อเสนอเพื่อแก้ไขและผลักดันร่วมกันต่อไป นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้เสนอนายกรัฐมนตรี 8 ข้อเสนอหลักจาก 70 ข้อ เน้นพัฒนา 3 ด้านคือ การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน การขับเคลื่อนจีดีพีให้เติบโตมาก และการพัฒนาเศรษฐกิจแบบบีซีจี 8 แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ได้แก่ 1.การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมอีสออฟดูอิ้งบิซิเนส และเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2.การพัฒนาบุคลากร เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานทั้งระบบ 3.การบริหารจัดการด้านพลังงานทั้งระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 4.การส่งเสริมการส่งออก การค้า และสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5.การยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมและดิจิทัล 6.การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า และการมุ่งสู่เป้าหมายเน็ตซีโร่ 7.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี […]

1 2 3
error: