“หมอเหวง” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อัดแถลงการณ์ตั้งรัฐบาล ไม่มีสักคำจะคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง

Advertisement 21 สิงหาคม นพ.เหวง โตจิราการ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำ นปช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ Advertisement Advertisment ในแถลงการณ์จัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค จำนวน 314 เสียง ไม่มีแม้สักประโยคหรือสักถ้อยคำ ที่จะกล่าวถึงการคืนความยุติธรรม ให้กับกรณีรุมยิงนกในกรงเมษา-พฤษภา53 พรรคเพื่อไทย พวกคุณลืม “การรุมยิงนกในกรงของพวกศอฉ.ไปแล้วหรือ” พวกคุณลืมคนเสื้อแดงสองมือเปล่า โดนทหารใช้ปืนสงครามเล็งยิง โดนสไนเปอร์ส่องยิงสมองกระจุยกระจาย ไปแล้วหรือ???? ช่างอำมหิตอะไรเช่นนี้???? Advertisement หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นจริง ต้องนำเอาเรื่องคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนปี53 1.เร่งคดีทุกการตาย 2.นำทหารและนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนเข้ากระบวนการยุติธรรม 3.รับรองเขตอำนาจICCเฉพาะกรณีเมษา-พฤษภา53 เข้าไปบรรจุเป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องทำด้วย   ข่าวจาก : มติชน

“ศิธา” ถามแรงถึง “เพื่อไทย” จะเอาคนที่ตัวเองเคยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาร่วมครม.จริงๆหรือ? แล้วจะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไร?

19 สิงหาคม น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อเขียนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ที่มี พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ โดยระบุว่า “เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาล 66 ดูดี เป็นที่พึ่ง ที่หวังให้กับพี่น้องประชาชนได้ และ เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลขั้วผสม มีมาตรฐานสูงกว่า ครม.ลุงตู่ 9 ปีที่ผ่านมา “อยากฝากสื่อมวลชน ตั้งคำถามไปยัง พรรคเพื่อไทย แกนนำในการจัดตั้ง ว่า หากพรรคร่วม ส่งรายชื่อบุคคลที่เคยโดนเพื่อไทย อภิปรายถึงการบริหารงานล้มเหลว และเคยกล่าวหาถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นของบุคคลดังกล่าวมาก่อน พรรคเพื่อไทย จะแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้มาเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเดียวกัน หรือไม่? และจะแก้ข้อกล่าวหา ที่ตนเองเคยอภิปราย บุคคลดังกล่าวเอาไว้ อย่างไร ?”   ข่าวจาก : มติชน

สว.สมชาย จี้ “เพื่อไทย” 21ส.ค.นี้ ต้องชัด ส่งใครนั่งนายก แย้มอาจไม่ใช่ชื่อ “เศรษฐา” โวชินกับม็อบแล้ว ไม่หวั่นโดนกดดัน

18 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สว. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า วุฒิสภาขอเวลาอภิปรายโหวตนายกรัฐมนตรี 2 ชั่วโมง โดยจะอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติทั้งหมดของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ แต่วันนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใคร ซึ่งในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้ถามกันว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ โดยพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แต่จะแถลงในวันที่ 21 ส.ค.อีกครั้งว่าเป็นใคร และตนได้ข่าวว่าชื่อคนเป็นนายกฯ จะเป็นชื่ออื่น ไม่ใช่นายเศรษฐา ดังนั้น คิดว่าในวันที่ 21 ส.ค. พรรคเพื่อไทยต้องทำให้เรียบร้อยว่า จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯกันแน่ เมื่อถามว่าหลังจากพรรคเพื่อไทยแถลงวันที่ 21 ส.ค.แล้ว เสียงของสว.จะแตกหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า เสียงของสว.มันแตกเป็นปกติ ซึ่งแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนอยู่แล้ว ส่วนการแสดงวิสัยทัศน์ของนายเศรษฐา นั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องดี ถ้าเขาจะมา แต่ที่ประชุมวิปสอบถามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ระบุว่า นายเศรษฐา จะไม่มาแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุม เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐจับขั้วร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย จะส่งสัญญาณให้สว.เลิกแตกแถวได้หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่าไม่เกี่ยว สว.มีอิสระในการโหวต และต้องพิจารณาเหมือนกับตรวจสอบคุณสมบัติและพฤติกรรมทางจริยธรรมองค์กรอิสระเหมือนเดิม และเกณฑ์ที่สว.จะช่วยโหวตก็แล้วแต่สว.จะพิจารณา เพราะเราใช้ดุลยพินิจอิสระอยู่แล้ว […]

รอง หน.ก้าวไกลเผย พรรคเริ่มลุยงานแล้ว ไม่ต้องรอว่าจะอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล มองปม “พิธา” ยังไม่จบ เชื่อไม่กระทบการทำงานในสภา

18 ส.ค.2566 ที่พรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงทิศทางการรโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลว่า ขณะนี้การจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำ น่าจะชัดเจนแล้วว่ามีพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาร่วมด้วยตามที่นายภูมิธรรมม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุได้เสียงครบ 314 เสียง จึงไม่เหลือเหตุผลที่พรรคก้าวไกลจะงดออกเสียง ก็คงโหวตไม่เห็นชอบ แต่ยังต้องมีมติจากที่ประชุมสส.ในวันที่ 21 ส.ค.อีกครั้ง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พอคาดเดาสถานการณ์ได้ เพราะสัญญาณเริ่มออกมาตั้งแต่การเชิญไปพูดคุยที่พรรค ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวัง ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้ เนื่องจากคิดว่าหาก 8 พรรคร่วมจับมือกันแน่นจะต่อสู้กับอำนาจนอกระบบ หรืออำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ ส่วนการโหวตนายกฯในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เดายากมาก แต่แน่นอนว่าอาจมีสว.บางส่วน ที่ออกมาพูดชัดเจนว่าอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เชื่อว่าไม่ใช่สว.ทั้งหมด ก็ยังเอาใจช่วยให้การโหวตนายกฯ เป็นไปได้ด้วยดี น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนที่มีการใช้คำว่า เป็นรัฐบาลแห่งชาติเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ หากประเทศเดินหน้าไปได้ ก็ออกได้หลายทาง แต่ไม่ใช่ทางนี้ […]

“ชานันท์ ยอดหงษ์” ผู้รับผิดชอบด้านLGBTQ+ ลาออกเพื่อไทย เหตุแนวทางพรรคไม่ตรงกับที่สิ่งอยากผลักดัน

18 สิงหาคม มีรายงานว่า นายชานันท์ ยอดหงษ์ หรือ ปกป้อง ผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลายทางเพศ พรรคเพื่อไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยโพสต์ภาพเอกสารการลาออก พร้อมเขียนข้อความเผยแพร่ไว้ผ่านเฟซบุ๊ก ความว่า “ป้องอยากจะขอแจ้งกับทุกท่านว่า ป้องได้ยุติการทำงานกับพรรคเพื่อไทยแล้วตั้งแต่วันนี้ ป้องขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสและผลักดันนโยบายที่ป้องได้นำเสนอไปตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา ป้องหวังว่า หนทางที่พรรคเพื่อไทยเลือกสู้จะยังคงเป็นหนทางที่ทำให้พรรคทำนโยบายที่ได้ประกาศกับสาธารณะชนไว้ ทั้งนี้แนวทางที่พรรคเพื่อไทยเลือกเป็นแนวทางที่ป้องไม่สามารถร่วมช่วยเหลือหรือผลักดันอะไรได้ ป้องจึงได้ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และขอยุติกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยไว้นับตั้งแต่บัดนี้ ป้องขอโทษบางท่านที่การตัดสินใจในครั้งนี้ อาจทำให้นโยบายหลายอย่างที่ป้องพยายามผลักดัน ไม่สามารถดำเนินได้ต่อเนื่อง แต่มั่นใจว่าใครๆก็สามารถผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อได้ครับ แต่ปกป้องยังขอยืนยันว่า จะยังคงยึดมั่นหลักประชาธิปไตย ขออยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และสวัสดิการ ต่อไปครับ”   ข่าวจาก : มติชน

เช็กกันอีกรอบ! เงินดิจิทัล10,000 จากรัฐบาลเพื่อไทย จะได้วันไหน? ใครอยู่ในเงื่อนไขที่ได้บ้าง?

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคเพื่อไทย ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นั่นทำให้หลายคนย้อนกลับไปดูนโยบายต่าง ๆ ของพรรคที่เคยหาเสียงไว้ และนโยบายที่โดดเด่นก็คือ “เงินดิจิทัล 10,000” ที่พรรคเคยประกาศไว้ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งล่าสุด ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ก็ได้แถลงเดินหน้านโยบายนี้แล้ว แล้ว เงินดิจิทัล 10,000 คืออะไร ? นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในช่วง 6 เดือน จะมีมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นๆ รองรับด้วย จากนี้ไป คนไทยจะมี 2 บัญชี คือ บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป และ บัญชีดิจิทัลวอลเล็ต โดยใช้บล็อกเชนเขียนเงื่อนไขลงไปบนเงิน ว่าต้องใช้ภายใน 6 เดือน และรัศมี 4 กิโลเมตร ซึ่งแตกต่างจากแอปเป๋าตัง โดยมีวงเงินที่ต้องใช้ 560,000 ล้านบาท ใครได้บ้าง ? ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป สำหรับประชาชนที่มีสวัสดิการอื่นๆ […]

“ภูมิธรรม เพื่อไทย” ชี้ เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะกลับไปพรรคร่วมเดิม312เสียง รอความชัดเจนเชิญ “รสทช.” ร่วมรัฐบาล

14 สิงหาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีกระแสข่าวการตั้งเงื่อนไขห้ามพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงเดิม หากพรรคเพื่อไทยไม่ปลดเงื่อนไขดังกล่าว ก็จะต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่า ตนเองยังไม่เคยได้ยินพรรคการเมืองใดประสานเรื่องดังกล่าวมาอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่ได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่มีปัญหาที่รุนแรงในเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่นายเศษฐา เคยระบุจะไม่ให้พรรคการเมือง ที่จะมาร่วมกับพรรคเพื่อไทยทำงานกระทรวงเดิมนั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า นายเศรษฐาไม่ได้พูดเป็นหลัก และเป็นคำถามจากสื่อมวลชนที่ถามนายเศรษฐาว่า ตามหลักการไม่ควรให้ดำรงตำแหน่งกระทรวงเดิมหรือไม่ ซึ่งนายเศรษฐา ยอมรับเพียงหลักการว่า เห็นชอบ แต่ต้องดูด้วยว่า การเชิญพรรคต่าง ๆ มาร่วมรัฐบาลนั้น ต้องให้เกียรติ และดูความเหมาะสมตามนโยบาย และคุณสมบัติของผู้ที่จะมารับตำแหน่ง ว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่ ซึ่งจะต้องหารือกัน เพราะหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ต้องประสานงาน และตั้งรัฐบาลให้ได้ จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา นายภูมิธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการแบ่งโควตารัฐมนตรีของพรรคร่วมฯ ว่า พรรคเพื่อไทย ยังคงย้ำว่า ต้องรอดูความชัดเจน และการส่งสัญญานในการเลือกนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคเพื่อไทย และหลังจากนั้น จึงจะมีการแบ่งสรร โดยจะต้องให้สังคมพอใจ และสอดรับนโยบายบายของแต่ละพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทย ได้ขอความกรุณาจากพรรคร่วมฯ […]

“เพื่อไทย” ประกาศลั่น ทำทันทีถ้าได้เป็นรัฐบาล ลดราคาน้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซ พักหนี้เกษตรกร3ปี ทั้งต้น-ดอก

12 สิงหาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศนโยบายที่จะทำทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มุ่งมั่นที่จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้วิกฤตปัญหาให้พี่น้องประชาชน ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข พรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้าและก๊าช เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้ประชาชน ทั้งนี้ ภาระหนี้สิ้นเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการ SME เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจะต้องมีหนทางในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้น ทั้งดอก เพื่อลดภาระและเปิดโอกาสใหม่ให้พี่น้องเกษตรกรในการทำมาหากิน พลิกฟื้นภาคการเกษตรของไทย ด้วยหลัก ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ รวมทั้งการผลักดันการพักชำระหนี้ SME ที่ประสบภัยโควิด 1 ปี คู่ขนานไปกับการปรับโครงสร้างหนี้แบบเฉพาะเจาะจง พร้อมต่อยอดด้วยชุดนโยบายของพรรคต่อไป   ข่าวจาก : ข่าวสด

“ภูมิธรรม” เผยเสียงโหวตนายกฯ เพื่อไทย ยังอยู่ที่278เสียง วอนพรรคอื่น ช่วยโหวตสนับสนุน

(12 ส.ค. 66) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรวบรวมเสียงที่จะโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยซึ่งล่าสุดมีทั้งหมด 315 เสียงว่า ขณะนี้หากนับเสียงที่ชัดเจนที่จะโหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยนั้น ตัวเลขที่ชัดเจนจริงๆ ยังอยู่ที่ 278 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง, พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง, พรรคประชาชาติ 9 เสียง, พรรคเพื่อไทยรวมพลัง 2 เสียง, พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง ส่วนพรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคละ 1 เสียง รวมเป็น 238 เสียง รวมกับทางพรรคพลังประชารัฐที่ประกาศจะยกมือให้กับพรรคเพื่อไทยอีก 40 เสียง ทำให้มีเสียงรวมกันอยู่ที่ 278 เสียง ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น เราถือว่ายังไม่ชัดเจน เพราะทางนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่ายังต้องขอคุยกันภายในพรรคก่อน ขณะที่พรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียงนั้น ขณะนี้เรายังไม่ตอบรับ […]

“สว.พีระศักดิ์” ขอดู “เพื่อไทย” รวมเสียงก่อน ไม่โหวตให้แน่ถ้ามี “งูเห่า” ชี้ต้องมายกพรรค

11 ส.ค.2566 นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการลงมติเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ว่า ตนเคยประกาศไว้ตั้งแต่แรก หากพรรคการเมืองอันดับ 1 รวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งก็พร้อมสนับสนุนให้เป็นนายกฯ แต่เมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอชื่อซ้ำไม่ได้ และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ขอรอดูว่าเพื่อไทยรวมเสียงอย่างเป็นทางการได้เท่าไหร่และเสียง สส.มาจากไหน หากลงมติให้แต่ไม่ได้มาทั้งพรรค ต้องขอดูว่าจะเดินหน้าไปได้หรือไม่ อย่างเช่น พรรคประชาธิปัตย์ที่มีข่าวจะมาเพียงบางส่วน ต้องดูว่าถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ หรือกรณีพรรคพลังประชารัฐที่บอกจะโหวตให้ทั้งพรรคโดยไม่มีเงื่อนไขต้องร่วมรัฐบาล ก็รู้สึกแปลกๆ แต่อย่างนี้ถือว่ามากันหมด พอเข้าใจได้ แต่ถ้ามาเป็นส่วนน้อยก็คงไม่โหวตให้ ดังนั้น ขอรอดูความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยก่อน ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ และได้เสียง สส.มาเท่าไหร่ สว.ไม่อยากเป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล แต่จะให้ฟันธงไปเลยว่าจะโหวตให้ ยังต้องดูว่าเขาเสนอชื่อใคร ได้มาจากไหนและนโยบายเร่งด่วนเบื้องต้นคืออะไร ถ้าไม่ขัดหลักการ ตนก็ยินดีโหวตให้ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นเรื่องเร่งด่วนนั้น นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วย และตอนที่พรรคเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนก็เป็นหนึ่งใน สว.ที่สนับสนุนและเห็นชอบ จึงไม่มีปัญหา เมื่อถามถึงคุณสมบัติ นายเศรษฐา ทวีสิน […]

1 2 3 6
error: